Cartoon Short Focus -- กัปตันซึบาสะ (Captain Tsubasa)

 
ผู้แต่ง
โยอิจิ ทาคาฮาชิ
ประเภท
กีฬา
จำนวนเล่ม ภาคแรก 37 เล่ม
ภาคเยาวชนโลก 18 เล่ม
Road to 2002 15 เล่ม
Golden 23 12 เล่ม
สำนักพิมพ์
สยามอินเตอร์คอมิคส์
แหล่งข้อมูล
http://en.wikipedia.org/wiki/Captain_Tsubasa
http://captaintsubasa.wikia.com/wiki/
Captain_Tsubasa_Wiki


  กัปตันซึบาสะ เป็นผลงานการ์ตูนอมตะของ อ.โยอิจิ ทาคาฮาชิ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารโชเน็นจัมป์ เมื่อปี 1981 และเคยมีอนิเมมาฉายในบ้านเราทางช่อง 5 และ ช้อง 9 ซึ่งเรื่องนี้จัดเป็นหนึ่งในการ์ตูนกีฬาสุดคลาสสิค และ เป็นการ์ตูนฟุตบอลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นที่จดจำของคนอ่านหลายคน ในแง่ของการตามล่าหาความฝันในเส้นทางการค้าแข้งตั้งแต่ระดับโรงเรียน ,ระดับทีมชาติ และ ระดับสโมสรอาชีพ รวมถึง อรรถรสในการบรรเลงแข้งอย่างดุเดือด พร้อมปลดปล่อยลูกยิงไม้ตายทะลวงตาข่าย หรือจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมทีม การฝึกซ้อมอันหฤโหด เพื่อเป้าหมายเดียวนั่นคือ ชัยชนะ ซึ่งก็เล่นเอานักเตะในเรื่องถึงกับเก็บเอาไปคิดซะจน กว่าจะเลี้ยงลูกไปอีกฝั่งกินเวลาไปหลายตอนเลยทีเดียว (ฮา)

  ถึงแม้ว่าปัจจุบัน ความนิยมของเรื่องนี้อาจลดน้อยลงบ้าง แต่อย่างไรซะเรื่องนี้ก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนหันมานิยมชมชอบกีฬาฟุตบอล และอยากเก่งกาจให้ได้เหมือนกับซึบาสะและเพื่อนๆของเขา ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นก็เป็นถึงนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ของโลกเลยทีเดียว!!!!

  

  เนื้อเรื่องภาคต่างๆ

  

  -ภาคแรก
  หนุ่มน้อย โอโซระ ซึบาสะ ที่หลงใหลในกีฬาฟุตบอลและฝันว่าจะติดทีมชาติญี่ปุ่นคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกให้ได้ ในสมัยเด็ก เขาเกือบถูกรถชน แต่ได้ลูกฟุตบอลมาช่วยชีวิตเขาไว้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมีคติประจำใจว่า ฟุตบอลคือเพื่อนของเขา จากนั้นเป็นต้นมา เขาได้พัฒนาทักษะด้านฟุตบอล จึงมีพรสวรรค์ด้านฟุตบอลติดตัว ทั้งด้านทักษะ ความเร็ว ความอึด การเลี้ยงบอล จนถึงการยิงประตู

  จุดเริ่มต้นของการสร้างตำนาน เริ่มต้น ณ เมืองนันคัตซึ จ.ชิซึโอกะ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องฟุตบอล โดยเฉพาะกับทีมโรงเรียนประถมนันคัตซึ และที่นั่น ซึบาสะ ได้รู้จักกับ อิชิซากิ เรียว เด็กหนุ่มที่หลงไหลในกีฬาฟุตบอลไม่แพ้กัน ,นาคาซาว่า ซานาเอะ เด็กสาวผู้รักในกีฬาฟุตบอลและคอยให้กำลังใจทีมฟุตบอลมาตลอด และ วากาบายาชิ เก็นโซ ยอดผู้รักษาประตูประจำทีม ต่อมา เขาได้เข้าเรียนที่รร.นันคัตซึ ตามคำเชิญชวนของ โรแบร์โต้ ฮอนโง อดีตนักเตะชาวบราซิลที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งที่นั่นเอง โรแบร์โต้ได้ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้แก่ซึบาสะ ซึ่งโรแบร์โต้เองได้สัญญากับซึบาสะว่าจะพาไปบราซิล อย่างไรก็ตาม ต่อมาโรแบร์โตได้หนีกลับไปบราซิล และทิ้งสมุดของตนที่รวบรวมเทคนิคการเป็นมิดฟิลด์เอาไว้ให้ซึบาสะ ซึ่งซึบาสะก็ปฏิบัติตามหนังสือมาโดยตลอด

  ต่อมา ซึบาสะได้พบกับ มิซากิ ทาโร่ ผู้ที่ออกเดินทางรอบโลกศึกษาเกี่ยวกับฟุตบอลตามคุณพ่อ และการพบเจอกันของทั้งสอง ทำให้ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิททั้งในและนอกสนาม และกลายเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญของนันคัตซึ ในการฝ่าด่านทีมแกร่งทีมต่างๆในการชิงแชมป์เยาวชนระดับประเทศ โดยในศึกนั้นเอง เขาะได้ดวลแข้งกับนักเตะเก่งๆอย่าง เฮียวงะะ โคจิโร่,วากาชิมัตซึ เคน ,มิสึงิ จุน,มัตซึยาม่า ฮิคารุ ฯลฯ จนกระทั่ง เขาสามารถพานันคัตซึเป็นแชมป์ระดับประเทศ โดยล้มทีม รร.เมวะ ของ โคจิโร่ ได้สำเร็จ จากนั้น ซึบาสะ นอกจากจะพานันคัตซึ เป็นแชมป์ 3 ครั้งซ้อนแล้ว เขายังเป็นกำลังสำคัญในการพาญี่ปุ่นชุด อายุต่ำกว่า 16 ปี (U-16) ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนนานาชาติที่ฝรั่งเศสอีกด้วย ซึ่งในทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าว ซึบาสะ ได้มีโอกาสดวลกับบรรดายอดค้าแข้งระดับโลกรุ่นเยาวชน ไม่ว่าจะเป็น จิโน่ เฟอร์นันเดส, อลัน ปาสคาล , เอล ซิด ปิแอร์ ,หลุยส์ นโปเลียน, เสือดำแห่งอุรุกวัย วิคตอริโน และดาวเด่นทีมเยอรมัน คาร์ล ไฮนซ์ ชไนเดอร์ , มาร์คัส , ฟรานซ์ เชสเตอร์ , คัลซ์ และ ดิวเตอร์ มูลเลอร์

  หลังจากนั้น ซึบาสะ ได้ออกเดินทางไปฝึกฝนฟุตบอลที่บราซิล ตามคำขอร้องของโรแบร์โต้

  - ภาคเยาวชนโลก
  ซึบาสะออกเดินทางจากญี่ปุ่น ไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่บราซิล โดยเล่นให้กับทีม เซาเปาโล (หรือ เอฟซี บรังโกส์ ในอนิเม) และที่นั่น เขาได้พาทีมเอาชนะ ฟลาเมงโก้ (หรือ เอฟซี โดมิงโกส์ ในอนิเม) ในนัดชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกรัฐริโอไปครอง และที่นั่นเขาได้รู้จักกับนักเตะท้องถิ่นหลายคน โดยเฉพาะ เปเป้ เพื่อนร่วมทีมและเพื่อนร่วมห้องของเขา และ คาร์ลอส ซานตาน่า นักเตะผู้มากด้วยพรสวรรค์

  ขณะที่ซึบาสะอยู่ที่บราซิลนั้น อาโออิ ชินโง นักเตะที่ซึบาสะเคยประลองแข้งในศึกเยาวชนแห่งชาติ ก็ได้ออกเดินทางไปเล่นฟุตบอลที่อิตาลี โดยมุ่งหวังจะได้เล่นกับทีมชั้นนำของที่นั่น ทว่า เขากลับถูกเอเยนต์หลอกลวงจนกระทั่งไม่เหลือตังค์ซักแดง เขาจึงพยายามทุกวิธีทางที่จะได้เงินกลับมา แม้กระทั่งงานขัดรองเท้า โชคยังดีที่เขาถูกจับตามองโดยโค้ชของทีมอินเตอร์มิลาน (หรือ อินติน่า ในเวอร์ชั่นอนิเมภาค J) และได้เซ็นสัญญาเป็นกองกลางตัวรุกของทีม

 ต่อมา ได้มีการรวมตัวของเหล่านักเตะเยาวชนทีมชาติญี่ปุ่น เข้าสู้ศึกชิงแชมป์เยาวชนเอเชีย ทว่าทีมชาติญี่ปุ่นชุดนี้กลับเจอเรื่องปั่นป่วน เมื่อมีศึกภายในกับการแย่งตัวจริงทีมชาติ ซึ่งพวก R.J.7 (Real Japan 7) ที่นำโดย ฮิโนะ เรียวมะ นั้น ได้ท้าดวลกับ 7 ตัวหลักทีมชาติญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วย มิซากิ, โซดะ มาโคโตะ, ยิโท ฮิโรชิ, นิตตะ ชุน,สองพี่น้องทาจิบานะ (มาซาโอะ กับ คาสึโอะ) รวมถึง เฮียวงะ ซึ่งผลจากการดวลครั้งนั้น R.J.7 เป็นฝ่ายชนะ ทำให้พวกของเฮียวงะต้องหลุดออกจากทีมไป และจากการขาดหายไปของทั้ง 7 คนนั้น ทำให้ทีมชาติญี่ปุ่นมีฟอร์มการเล่นค่อนข้างจะกระท่อนกระแท่นในศึกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย จนกระทั่งในแมตช์ที่พบกับไทย ที่ได้ วากาบายาชิ และ ชินโง กลับมานั้น ทำให้ญี่ปุ่นพลิกสถานการณ์เอาชนะไทย 5-4 ประตู หลังจากตามหลังอยู่ 4-1 ประตู ผ่านเข้าสู่รอบสอง ซึ่งทีมชาติญี่ปุ่นก็ได้ดวลกับ R.J.7 อีกครั้ง และคราวนี้ทีมชาติญี่ปุ่นสามารถเอาชนะได้ จึงได้บรรดานักเตะตัวหลักกลับมา (ซึ่งแท้จริงแล้ว R.J.7 มาเพื่อกระตุ้นให้บรรดานักเตะทีมชาติญี่ปุ่นได้พัฒนาฝีเท้ามากขึ้น ซึ่งสมาชิกของ R.J.7 ส่วนใหญ่มีอายุเกินที่จะแข่งในระดับเยาวชน มีเพียงแค่ฮินะที่สามารถเล่นระดับเยาวชนได้ แต่เขากลับเลือกเล่นให้กับทีมชาติอุรุกวัย)

  ในรอบสอง ญี่ปุ่นสามารถเอาชนะ อุซเบกิสถาน,จีน และ ซาอุฯ ได้อย่างขาดลอย ทำให้ญี่ปุ่นผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ โดยเอาชนะ อิรัก 3-0 จนกระทั่งเอาชนะเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศไป 2-0 คว้าแชมป์เยาวชนระดับเอเชีย และคว้าสิทธิ์ได้เข้าร่วมศึกเยาวชนโลก

  ศึกเยาวชนโลกรอบแรก ญี่ปุ่นสามารถเอาชนะรวด 3 แม็ตช์ โดยมีเหยื่อเป็น เม็กซิโก,อุรุกวัย และ อิตาลี ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยพบกับ สวีเดน และ ญี่ปุ่นสามารถผ่านสวีเดนได้อย่างหวุดหวิด และจากญี่ปุ่นก็ทะลุไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศได้ด้วยการเอาชนะฮอลแลนด์ในรอบรอง จนกระทั่งรอบชิงชนะเลิศ ซึบาสะ กับ ทีมชาติญี่ปุ่น ก็ไปถึงฝั่งฝัน เมื่อสามารถเอาชนะบราซิลได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 3-2 ประตู หลังจบศึกเยาวชนโลก ซึบาสะ ได้ย้ายจาก เซา เปาโล ไปค้าแข้งในยุโรปกับ บาร์เซโลน่า (เอฟซี คาตาลุนย่า ในอนิเม) อีกทั้งยังได้วิวาห์กับ ซานาเอะ เพื่อนสาวสมัยเด็ก ที่คบหารู้ใจกันมานาน....

  - Road to 2002
  หลังจากประสบความสำเร็จจากศึกเยาวชนโลก ซึบาสะจึงได้โอกาสค้าแข้งยังทวีปยุโรป โดยเซ็นสัญญาร่วมทีมยักษ์ใหญ่ในสเปน อย่าง บาร์เซโลน่า (หรือ เอฟซี คาตาลุนญ่า ในอนิเม) ของสเปน ทว่า ซึบาสะ กลับถูกโค้ช ฟาน ซาล (หรือ เอ็ดเวิร์ด ในอนิเม) ลดชั้นให้ไปเล่นกับทีม B ที่อยู่ในระดับลีก้าสองของสเปน เนื่องจากทีมชุดใหญ่มีนักเตะมากความสามารถและเป็นผู้เล่นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์เหมือนกับซึบาสะ อย่าง ริวัล อยู่ด้วย

  ขณะเดียวกัน โคจิโร่ ยอดกองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น ได้ร่วมเล่นทีม ยูเวนตุส (ปิเอมอนเต้ ในอนิเม) ของอิตาลี แต่ในแมตช์ระหว่างที่ยูเวนตุส พบกับ ปาร์ม่า นั้น โคจิโร่ ได้ลงเล่น แต่ไม่สามารถทำประตูให้ต้นสังกัดได้ เนื่องจากพบว่า ตัวเขายังขาดความสมดุล จึงทำให้ โค้ช คาร์โล โมเน็ตติ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวออก แล้วส่ง ดาวิด เตรเซเกต์ (เตรซาก้า ในอนิเม) ลงมาทำประตูชัยให้ยูเวนตุส เอาชนะไป 1-0

  ส่วน วากาบายาชิ รับใช้ให้กับ ฮัมบูรก (หรือ กรุนวาลด์ ในอนิเม) เจอกับ บาเยิร์น มิวนิค (รูทบวรก ในอนิเม) ในศึกบุนเดสลีก้า ซึ่งวากาบายากชิต้องคอยเซฟลูกยิงจาก คาร์ลไฮนซ์ ชไนเดอร์ ของ บาเยิร์น หลายลูก แต่ไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นกับความปราชัยได้

  ตัดกลับมาที่สเปน แมตช์ระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ บาเลนเซีย (หรือ ซาน โฆเซ่ ในอนิเม) โดย ริวัล สามารถพาทีมแบ่งแต้มกับบาเลนเซียได้ 2-2 โดย ซึบาสะ ได้ชมแมตช์ดังกล่าวด้วย (แต่ในอนิเม ซึบาสะ ได้ลงเล่นในฐานะตัวสำรอง และสามารถทำประตูได้อีกด้วย)

  ขณะที่นักเตะทีมชาติญี่ปุ่นคนอื่นๆ เริ่มจาก จูบิโล อิวาตะ ของ มิซากิ,กอน นากายาม่า,อิชิซากิ และ อุราเบะ ต่างก็ไม่สามารถช่วยให้ต้นสังกัด รอดพ้นจากความปราชัยแก่ อุราวะ เร้ด ไดมอนส์ ได้ โดยแพ้ไป 1-2 ขณะที่ มิซึงิ นำ เอฟซี โตเกียว เสมอกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่มี มัตซึยาม่า เป็นตัวชูโรง 1-1 ส่วนในลีกอิตาลี ชินโง ย้ายไปร่วมทีม อัลเบเซ่ และ โคจิโร่ ที่มีปัญหาเรื่องสมดุลร่างกาย ก็ย้ายไปร่วมทีม เรจจาน่า

  กลับไปที่สเปน ซึบาสะ โชว์ฟอร์มให้กับ ทีม B ของบาร์เซโลน่าอย่างยอดเยี่ยม โดยยิงไป 12 ประตู และ ช่วยส่งให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตู 11 ครั้ง อีกทั้งโอกาสก็เป็นใจให้ซึบาสะ เมื่อ ริวับได้รับบาดเจ็บ จนทำให้โค้ชตัดสินใจเรียกซึบาสะ เป็นผู้เล่น 11 ตัวจริง ในการเจอกับ เรอัล มาดริด ซึ่งแมตช์นี้ ซึบาสะ ได้ดวลแข้งกับ นาตูเลซ่า อีกครั้ง โดยในแมตช์ดังกล่าว ซึบาสะ ยิง 3 ประตู และ ส่งให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูอีก 3 ครั้ง ช่วยให้ บาร์ซ่าฯ ชนะไปอย่างสุดมันส์ 6-5 ประตู

  Go For 2006
  เป็นบทสรุปของภาค Road to 2002 เป็นเรื่องราวของ โคจิโร่ กับ ชินโง ในอิตาลี โดย โคจิโร่ ถูกยืมตัวไป เรจจาน่า ส่วนชินโง ถูกยืมตัวไปอัลเบเซ่ ซึ่งโคจิโร่ได้รับการฝึกอย่างหนัก และ เปิดตัวกับเรจจิน่าด้วยการทำแฮตทริค

  - Golden-23
  ซึบาสะ ยังคงช่วยต้นสังกัด บาร์เซโลน่า อย่างต่อเนื่อง และเขายิง 1 ประตู และ ส่งบอลให้เพื่อนยิงประตู พาทีมเอาชนะ เรอัล บายาโดลิด ไป 2-0 ประตู จนกระทั่ง ซึบาสะ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติญี่ปุ่นชุด U-22 ("The Golden-23") ในแมตช์กระชับมิตรกับเดนมาร์ก และ ไนจีเรีย โดยทีมชาติญี่ปุ่นชุดดังกล่าว ยังได้เรียกตัว 2 นักฟุตซอลทักษะสูง อย่าง คาซามิ กับ ฟุรุคาว่า ร่วมทีมด้วย ขณะเดียวกัน ทีมญี่ปุ่นชุด U-20 ที่นำโดย ซาวาดะ ทาเคชิ กลับแพ้ เกาหลีใต้ จากการดวลจุดโทษ 6-5 ประตู ในรอบชิงฟุตบอลเยาวชนโลก U-20 ส่วนที่บราซิล มินาโตะ กาโม่ อดีตโค้ชญี่ปุ่นชุด U-20 ที่ปัจจุบันเป็นโค้ชของชุด U-22 ก็พลาดหวังในการพยายามแนะนำ โซงะ ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับ วาสโก ดา กาม่า ในบราซิล ให้เข้าร่วมทีมชาติญี่ปุ่น

  ระหว่างที่แมตช์ระหว่างญี่ปุ่นกับเดนมาร์กเริมขึ้น ซานาเอะ ซึ่งตอนนี้เป็นศรีภรรยาของซึบาสะ ได้บอกซึบาสะว่าเธอกำลังตั้งครรภ์พอดี จึงกลายเป็นยาดีสำหรับซึบาสะ ทำให้เขาพาญี่ปุ่นเอาชนะ เดนมาร์ก 4-2 ประตู โดยผู้ทำประตูให้ญี่ปุ่นมี มิซากิ,มัตซึยาม่า โดยที่ นิตตะ เหมา 2 ประตู

  อีกฟากหนึ่งที่เยอรมัน วากาบายาชิ กลับไม่มีตำแหน่งผู้เล่นตัวจริงของฮัมบูรก เนื่องจากไม่ลงรอยกับโค้ช ซีมาน โค้ชประจำทีม จนทำให้เกิดข่าวลือหนาหูว่า วากาบายาชิ จะย้ายออกจากฮัมบูรกไปเฝ้าเสาให้ทีมอื่น ซึ่งก็มีหลายทีมที่สนใจอยากจะเซ็นสัญญาเขามาร่วมทีม เช่น ฟิออเรนติน่า,โรม่า,บาเยิร์น มิวนิค และ แวร์เดอร์ เบรเมน อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความสับสน วากาบายาชิ ตัดสินใจเล่นให้กับทีมชาติญี่ปุ่นในแมตช์เจอกับไนจีเรีย ขณะเดียวกัน โค้ชกาโม่ ก็เข้ามาแนะนำให้ อิงาว่า กาคุโตะ

  ผู้เล่นที่สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่ง เข้ามาร่วมทีมชาติญี่ปุ่น และในสเปน ซึบาสะ ช่วยต้นสังกัดบาร์เซโลน่า ด้วยการยิง 2 ประตู และ ส่งให้ ริคาร์ เพื่อนร่วมทีมซัดประตูชัยให้ทีมเอาชนะ เรอัล เบติส ได้แมตช์ระหว่างญี่ปุ่นกับไนจีเรีย เป็นแมตช์ที่ญี่ปุ่นต้องพบกับงานไม่ง่าย เนื่องจากไนจีเรียมีตัวเก่งอย่าง โอชาโด้ (ปารีส แซงต์แยร์แมงต์) กับ โบบัง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมของชินโง กับทีมอัลเบเซ่ โดยไนจีเรียได้จุดโทษก่อน แต่วากาบายาชิเซฟลูกโทษได้ แต่ทว่าก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการเสียประตูได้ ทำให้จบครึ่งแรก ไนจีเรียนำอยู่ 2-1 ประตู ในครึ่งหลัก อิงาว่า ผู้เล่นสารพัดตำแหน่งถูกเปลี่ยนตัวลงไปในสนาม แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มิซากิ เป็นคนยิงตีเสมอให้ญี่ปุ่น ทำให้สกอร์จบลง 2-2 ประตู

  ตัดกลับมาที่สเปน บาร์เซโล่า เอาชนะ บาเลนเซีย ที่นำทีมโดย คาร์ลอส ซานตาน่า ไป 3-2 ประตู โดยแมตช์ถัดมา บาร์ซ่า เจอกับ แอตเลติโก้ มาดริด ที่นำทีมโดย เฟร์ซิโอ้ ตอร์เรส ซึ่ง ตอร์เรสยิงให้ทีมนำไปก่อน แต่ก็ได้ซึบาสะช่วยยิงประตูด้วยลูกโอเวอร์เฮดคิ๊ก และ ลูกเตะที่ประสานพลังกับริวัล

  ขณะเดียวกันก็มีแมตช์กระชับมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับปารากวัย และเป็น อิงาว่า,วากาชิมัตซึ และ นิตตะ ช่วยกันทำคนละ 1 ประตู ให้ญี่ปุ่นเอาชนะได้อย่างขาดลอย 3-0 ประตู

  แมตช์รอบคัดเลือกเล่นฟุตบอลโอลิมปิคของโซนเอเชียก็มาถึง โดยญี่ปุ่นสามารถผ่าน มาเลเซีย,ไทย,และบาห์เรน ได้อย่างขาดลอย ทำให้ญี่ปุ่นผ่านเข้ารอบต่อไป ซึ่งในรอบต่อไปนั้น ญี่ปุ่นสามารถเอาชนะ เวียดนาม ,เสมอ ซาอุฯ และ แพ้ออสเตรเลีย ทำให้สถานการณ์ไม่ดีเอาซะเลย อย่างไรก็ดีในเลกหลัง ญี่ปุ่นสามารถเอาชนะ ซาอุฯ กับ เวียดนามได้ ทำให้ทีมมีคะแนนไล่บี้กับ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นทีมจ่าฝูงของกลุ่ม โดยในนัดสุดท้ายญี่ปุ่นต้องพบกับทีมจากแดนจิงโจ้ โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าญี่ปุ่นเอาชนะออสเตรเลียด้วยสกอร์มากกว่า 3 ลูก และต้องยิงให้ได้อย่างน้อย 3 ประตู ญี่ปุ่นจะผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิคทันที และถ้าหากญี่ปุ่นเอาชนะมากกว่า 2 ประตู และยิงได้อย่างน้อย 3 ประตู ญี่ปุ่นจะต้องเตะเพลย์ออฟกับออสเตรเลีย โดยแมตช์ดังกล่าว 2 พี่น้องทาจิบานะ ทำประตูให้ญี่ปุ่นนำไปก่อน ทว่า 2 พี่น้องได้รับบาดเจ็บ โดยที่ วากาชิมัตซึ (ที่ภาคนี้ลงมาเล่นกองหน้าแทน) กับ นิตตะ ลงมาเล่นแทน ต่อมา นิตตะยิงออกนำให้ ญี่ปุ่นนำ 2-0 แต่ในช่วงครึ่งหลังออสเตรเลียยิงตีไข่แตกไล่มา 2-1 อย่างไรก็ตาม อิงาว่า กับ มิซากิ ช่วยทำคนละประตูให้ญี่ปุ่นเอาชนะออสเตรเลีย 4-1 ประตู ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโอลิมปิค.....

 

  Kaigai Gekito in Calcio
  เป็นเรื่องสั้นตีพิมพ์เมื่อปี 2008 มีทั้งหมด 24 ตอน เป็นเรื่องราวของ โคจิโร่ ที่ช่วยต้นสังกัด เรจจาน่า ทำศึก เซเรีย ซี โดยพบกับ อัลเบเซ่ ที่มี ชินโง อยู่ในทีม โดย โคจิโร่ทำสองประตูให้เรจจาน่าออกนำก่อน 2-0 แต่ชินโงช่วยยิงสองประตูให้อัลเบเซ่เสมอ 2-2 แต่โคจิโร่เป็นผู้ยิงประตูชัยในช่วงนาทีสุดท้าย ทำให้ เรจจาน่าพิชิตอัลเบเซ่ไป 3-2 คว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นไปเล่น เซเรีย บี ได้สำเร็จ ส่วน อัลเบเซ่ ผู้แพ้นั้น ก็ส้มหล่น จากการที่ อัลบิโนเลฟเฟ่ ไปแพ้ ราเวนน่า 2-1 ทำให้ อัลเบเซ ได้เลื่อนชั้นตามเรจจาน่าไป

  Kaigai Gekito En La Liga
  เป็นเรื่องสั้นฉลองครบรอบ 30 ปีของกัปตันซึบาสะ ตีพิมพ์เมื่อ ก.พ. 2010 เป็นเรื่องราวแมตช์การแข่งขันระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด


 ตัวละคร

  

  - ทีมชาติญี่ปุ่น

  โอโซระ ซึบาสะ

  วันเกิด: 28 กรกฎาคม
  เบอร์เสื้อทีมชาติญี่ปุ่น: #10
  ตำแหน่ง: มิดฟิลด์

  ตัวเอกของเรื่องที่มีพรสวรรค์ด้านฟุตบอลติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ชื่อ ซึบาสะ ของเขาแปลว่า ปีก เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในเกมการแข่งขัน ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆและ มองโลก