List ซีรี่ย์การ์ตูนสุดสนุก....ฝันอยากเห็นฉบับอนิเมเต็มตัวสักครั้ง

การ์ตูนหลากเรื่องที่ได้สัมผัสผ่านตา แต่ละเรื่องต่างก็ให้ความสนุกสนาน อรรถรสแต่ผู้อ่านต่างๆนานา.....และหากเรื่องไหนมีการตอบรับจากคนอ่านที่ดี ก็จะได้รับการดัดแปลงในโปรเจ็คใหญ่ตามมา ซึ่งก็คือ อนิเม ที่ออกฉายทางโทรทัศน์ หรือ โรงภาพยนตร์ เป็นต้น..... แต่เชื่อเถิดว่า ในบรรดาการ์ตูนเหล่านี้ จะมีอยู่ส่วนหนึ่งที่เล่นเอาแปลกใจ เพราะว่า เรื่องเหล่านี้กลับยังไม่ได้รับโอกาสให้ได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมเลย ทั้งๆที่ เป็นการ์ตูนที่สนุกแท้ๆ มีองค์ประกอบต่างๆก็ครบครัน!! ....มาถึงตรงนี้ก็ได้แต่สงสัยแปลกใจกันไป
มาลองดูกันว่า มีการ์ตูนเรื่องไหนที่ผู้เขียนอยากจะลองเห็นในรูปแบบอนิเมเต็มตัวสักครั้งนึง ก็ยังดีบ้าง!?

 

 

จอมโหดกระทะเหล็ก

การ์ตูนแนวทำอาหารที่ถือเป็นประตูเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ได้ผสมผสาน แอ็คชั่นการทำอาหาร , วัตถุดิบ, เมนูสุดแปลกล้ำ จนไม่มีเส้นขั้นกลางระหว่างความจริงกับความเว่อร์สะเด็ดใดๆ อ่านทีไรก็ได้แต่หิวน้ำลายสอ อยากลองชิมเมนูสุดแหวกหาชิมได้เฉพาะแต่ในการ์ตูนเรื่องนี้ รวมถึงสะดุดตากับ 'มะละกอ' คู่ ของสาวๆในเรื่อง!!!!!! นอกจากเมนูอาหารแล้ว เรื่องนี้ยังมีจุดเด่นตรงบรรดาตัวละครพ่อ-แม่ครัวในเรื่อง ที่แต่ละคนต่างมีสโลแกนอาหารแตกต่างกันไป อีกทั้งตัวคาแร็คเตอร์ของ จาง พระเอกของเรื่องนั้น ก็ออกแนวร้ายโฉดซะ ดูยังไงๆ ก็ไม่เหมือนพระเอกซัดนิ๊ด!!!! เท่านั้นไม่พอ พระเอก นางเอกของเรื่องนี้ ก็เอาแต่กัดกันตลอดทั้งเรื่องตั้งแต่ภาคแรกยันภาคสอง!!!!!

และด้วยเสน่ห์ของเรื่องนี้ที่กล่าวมานั้น ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดาย ที่เรื่องนี้กลับไม่มีโอกาสได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมเลย ทั้งที่ๆองค์ประกอบความสนุก ก็ค่อนข้างจะเต็มเปี่ยมแท้ๆ (แม้ว่าจะเริ่มเลอะเทอะเอาช่วงท้ายๆภาค 1 ก็เหอะ) อาจเป็นไปได้ว่า เรื่องนี้ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มเกินไป ไม่ได้รองรับถึงผู้อ่านกลุ่มอายุน้อยๆ เหมือนเช่น Mr.Ajikko (พ่อครัวรุ่นจิ๋ว) , ยอดกุ๊กแดนมังกร หรือ เจปัง เป็นต้น แถมความนิยมเรื่องนี้ที่ญี่ปุ่นก็ออกจะกลางๆ ไม่ได้เป็นที่พูดถึงมากเท่ากับนักอ่านในบ้านเรา และ ต่างประเทศ (ซึ่งการ์ตูนจากนิตยสาร Shonen Champion ก็มีน้อยเรื่องที่ได้รับการทำเป็นอนิเม นอกจากจะเป็นเรื่องที่มียอดขายพอสู้กับซีรี่ย์จากนิตยสารการ์ตูนหัวใหญ่ของญี่ปุ่นได้จริงๆ) ยังไงก็เถอะ จากการที่ได้เห็นซีรี่ย์การ์ตูนอย่าง 'ยอดนักปรุงโซมะ' ได้โลดแล่นแอ็คชั่นทำอาหารบนจอทีวีแล้ว ก็ได้แต่คิดว่า หากจอมโหดกระทะเหล็กได้มาตีพิมพ์ในช่วงเวลานี้ละก็ ป่านนี้ จางก็มีโอกาสที่จะร่ำร้อง 'อาหารคือการดวล' ขอดวลทำอาหาร กับชาวบ้าน บนหน้าจอทีวีกันจริงๆ!!!! (หากได้ทำจริง คงออกฉายช่วงดึก เนื่องจาก 'มะละกอ GMO' ของสาวๆ นั่นล่ะ)

 

 

Harlem Beat

หนึ่งในซีรี่ย์การ์ตูนบาสเก็ตบอล ที่มาไล่เลี่ยกับซีรี่ย์แนวเดียวกัน อย่าง Dear Boys หรือ Slam Dunk แต่เรื่องนี้ก็มีจุดขายที่ต่างจาก 2 เรื่องข้างต้น คือ จะเน้นแอ็คชั่นยัดห่วงบนสังเวียนข้างถนน อย่าง สตรีทบาส ด้วย แต่ดูหมือนว่า หากเน้นสตรีทบาสอย่างเดียวคงไม่พอ ก็เลยขอเน้นเรื่องราวการแข่งขันบาส.ม.ปลาย ควบคู่ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ นารุเซะ ได้ฝึก-ใช้สกิลบาสเก็ตบอลจากทั้งสองที่ มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ รวมถึงได้เรียนรู้การใช้ชีวิตวัยรุ่นของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป จึงไม่แปลกที่เรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในการ์ตูนบาสที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างสูงของคนอ่านบ้านเรา ในช่วงเวลานั้น ไม่แพ้ Slamdunk เลย

อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องนี้ จะมีองค์ประกอบดีงาม มีทั้งสตรีทบาส - บาสธรรมดา ,ตัวละครหนุ่มสุดเท่ห์ , ความสามารถปาฏิหารย์เว่อร์ของเหล่านักบาส (ไม่แพ้ คุโรโกะ ที่มาทีหลัง) แถมยังลงใน Shonen Magazine นิตยสารการ์ตูนอันดับ 2 รองจาก Jump ซะด้วย!!!!! แต่สุดท้าย เรื่องนี้กลับถูกดัดแปลงอย่างมากที่สุด ก็คือ เวอร์ชั่นวีดีโอเกม ลงบนเครื่อง PS1 (Play Station 1) เท่านั้น!!!!!!! มิอาจเทียบรัศมีได้เท่าเทียมกับ Dear Boys , Slam Dunk ที่ต่างได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมทั้งคู่ เท่านั้นไม่พอ ฉบับมังงะที่วางขายในอเมริกา ก็ดันโดนเปลี่ยนชื่อเรื่องกลางคัน เป็น Rebound หลังออกวางขายที่นั่นได้ 10 กว่าเล่ม.....ทุกวันนี้ก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี ว่า เรื่องนี้ยังขาดอะไร ที่ทำให้พวกเขาไม่ได้รับการทำเป็นอนิเมเลย !!?......และหากได้เป็นอนิเมออกฉายทางทีวีซักครั้งนึง ช่วงเวลานี้แหละคือช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะสมัยนี้เค้านิยมทำการ์ตูนอนิเมขายตัวละครหนุ่มๆ เอาใจคนดูสาวๆ กันเยอะกันเกร่อเลย!!!!!!!!!

 

 


Mx0 & เก๋าโจ๋ โก๋พันธุ์สวย

ขอเขียนทั้งสองเรื่องนี้รวมกัน เนื่องจากมีผู้เขียนคนเดียวกัน โดย อ.คาโนะ ยาสึฮิโระ นักเขียนการ์ตูนคนหนึ่งที่ได้รับความนิยมชมชอบผลงานจากนักอ่านบ้านเราพอสมควร เขาได้แจ้งเกิดกับงานการ์ตูนแนวคอเมดี้ อย่าง เก๋าโจ๋ โก๋พันธุ์สวย (Pretty Face) ที่ว่าด้วยพระเอกดวงซวย เกิดอุบัติเหตุเสียโฉมหนัก พอฟื้นมาอีกที พบว่า ตนหน้าตาเหมือนกับสาวเจ้าที่แอบชอบ แถมดันหน้าตาก็ไปละม้ายกับพี่สาวฝาแฝดของเธอผู้นั้นอีก ทำให้ต้องจับพลัดจับผลูต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านเธอ เพื่อคอยการกลับมาของพี่สาวเธอตัวจริง ขณะที่ Mx0 ก็เป็นผลงานเรื่องถัดมา ว่าด้วยพระเอกผู้บังเอิญ(อีกล่ะ) ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเวทมนตร์ ทั้งๆที่ตัวเองนั้น ไม่มีพลังเวทมนตร์เลย เลยอาศัยเพลทพิเศษ Mx0 (M-Zero) ที่ได้รับจากผอ.โรงเรียน ในการแอบเนียนเข้ากับเพื่อนๆ ที่ล้วนมีพลังเวททั้งนั้น!!!

ซึ่งทั้งสองงานนี้ ต่างมีจุดเด่นในแง่ของมุกตลกเฮฮาบ้าบอ พระเอกมีสกิลเอาตัวรอดแถเก่งทั้งคู่ แถมสาวๆทั้งสองเรื่องล้วนน่ารักอีกต่างหาก!!!!! ทว่า อ.ยาสึฮิโระ ผู้นี้ ก็จัดเป็นหนึ่งในนักเขียนดวงอาภัพ ที่ไม่ว่าจะเขียนเรื่องยาวเรื่องไหน ก็ไม่เคยได้เขียนจบลงอย่างสมบูรณ์เลย มีแต่โดนพิพากษาตัดจบจากกองบก.Jump ทุกที หลักๆนั้น ก็มาจากการที่เรื่องนี้มีเรตติ้งความนิยมไม่ถึงเกณฑ์ที่ทาง Jump พอใจ (อย่างที่ทราบกันดีว่า Jump ค่อนข้างจะ strict ตรงจุดนี้มาก) ก็เลยทำให้ผลงานทั้งสองเรื่องนั้น มีอายุสั้นทั้งคู่ แทบไม่ต้องพูดถึงเรื่องฉบับอนิเมเลย!!!! เพราะ Jump ไม่ให้โอกาสได้เกิดแน่นอน!! ถึงกระนั้น การที่ Mx0 ถูก Jump ตัดจบเนี่ย ก็ได้สร้างความโกรธแค้นแก่บรรดาแฟนๆทั้งไทยและเทศเลย เพราะพวกเขามองว่า เรื่องนี้ควรจะไปได้ไกลกว่านี้ มากกว่า 99 ตอน ด้วยซ้ำ!!!

 

 


หุ่นเชิดสังหาร

มาถึงซีรี่ย์การ์ตูนแอ็คชั่นเรื่องยาวที่สุดของ อ.คาสึฮิโระ ฟูจิตะ (ล่าอสูรกาย) บ้าง เรื่องราวของหนูน้อย มาซารุ ที่ต้องคอยหลบหลีกการไล่ล่าจากญาติพี่น้องตัวเอง โทษฐานที่เขาได้รับมรดกจากพ่อที่จากไป ซึ่งคือเงินจำนวนมหาศาล แต่เขาได้รับการช่วยเหลือจาก ชิโรงาเนะ สาวนักเชิดหุ่น กับ นารุมิ หนุ่มยอดนักสู้ผู้ป่วยโรคโซนาฮา โรคร้ายประหลาดที่พบเจอได้เฉพาะในเรื่องนี้!!!! เรื่องราวต่อจากนั้น ก็เป็นการต่อสู้โดยใช้หุ่นเชิด พร้อมกับค่อยๆเปิดเผยรายละเอียดของโรคโซนาฮา ที่มันช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่าที่คิด!!!!! .......เรื่องราวต่อจากนี้ ก็จะสลับเล่าเรื่องราวของมาซารุ กับ นารุมิ กันไปมา ซะจนรู้สึกสับสน บางช่วงได้อารมณ์ออก'ลอยทะเล' ตามเพลงพี่โจอี้ ซะด้วยซ้ำ แต่หากจับใจความเนื้อเรื่องกันดีๆ ต้องบอกว่าเรื่องนี้มันก็สนุกจริงๆ สนุกไม่แพ้ ล่าอสูรกาย เลย แถมยังอุตส่าห์ลากกลับเข้าฝั่งจนจบลงอย่างลงตัวซะด้วย ภายใน 43 เล่ม!!!!! ...... และในเมื่อ ล่าอสูรกาย ได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมซีรี่ย์เต็มตัว เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา (หลังจากเคยทำเป็น OVA เมื่อหลายสิบปีก่อน) ก็ทำให้เปอร์เซ็นต์การที่เรื่องนี้จะได้รับการทำเป็นอนิเมนั้น ก็พอมีบ้างล่ะน่า!!!!!

 

 


20th Century Boy & Pluto

ไหนๆสองเรื่องนี้ คนเขียนก็คนเดียวกัน (อ.นาโอกิ อุราซาว่า) เลยจับมาเขียนรวมกันซะเลย ซึ่งที่ผ่านมา ผลงานของ อ.อุราซาว่า ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเม ก็มี Yawara , Master Keaton แล้วก็ Monster และในเมื่อซีรี่ย์การ์ตูนเนื้อหาจริงจัง อย่าง Master Keaton กับ Monster ได้ทำเป็นเป็นอนิเมแล้ว ก็ทำให้คนอ่านทั้งหลายพากันคิดตามๆกันว่า แล้วไฉนเลย ซีรี่ย์อย่าง 20th Century Boy กับ Pluto จะได้รับการทำในรูปแบบอนิเมบ้างไม่ได้หรือ?

20th Century Boy หากใครบอกว่า หุ่นเชิดสังหาร เนื้อหาซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนงงแล้ว เรื่องนี้กลับซับซ้อนมึนงงซะยิ่งกว่า!!! ต้องคอยหยิบเอามังงะเล่มก่อนๆหน้ามาอ่านซ้ำอีกที เผื่อจะจับใจความได้ เพราะพี่เล่นย้อนอดีตสลับกับปัจจุบันอยู่บ่อยๆ ต้องมีความตั้งใจอ่านมากพอควร แม้จะเปิดเรื่องกันเหมือนไม่ค่อยมีอะไร เหมือนเด็กๆมาเล่นไร้สาระเพ้อฝันกัน แต่หารู้ไม่ว่า ไอ้ที่เล่นๆ มโนนู่นนี่เป็นตุเป็นตะ มันดันกลับกลายเป็นเรื่องจริงในอนาคตซะ ด้วยน้ำมือของคนที่เรียกตนเองว่า 'เพื่อน' ซึ่งเจ้า 'เพื่อน' ก็สร้างสถานการณ์ตั้งตนเป็นฮีโร่ ทั้งๆที่ตนเองก็อยู่เบื้องหลังในการทำลายล้างโลก ร้อนถึง เคนจิ และพรรคพวก ที่เป็นเจ้าของ'บันทึกคำทำนาย' ที่เคยเขียนไว้สมัยเด็ก ตัวจริง ต้องพยายามหยุดแผนการชั่วร้าย พร้อมกระชากหน้ากากเผยตัวตนที่แท้จริงของ 'เพื่อน' ..... โดยเรื่องนี้ก็อย่างที่ทราบกันคือ เคยถูกดัดแปลงในรูปแบบหนังคนแสดงไตรภาค แม้ภาคแรกจะเปิดตัวได้สวยหรู แต่อีกสองภาคหลังช่างเงียบเชียบเหลือเกิน..... เชื่อว่า หากได้เป็นอนิเม เราคงจะได้เห็นรายละเอียดของเนื้อเรื่องมากกว่าฉบับหนังเป็นแน่!!!

ขณะที่ Pluto ก็เป็นอีกเรื่อง ที่น่าจะได้ทำเป็นอนิเมจริงๆ เพราะ พล็อตเรื่อง ตัวละครหลักๆของเรื่องนี้ ก็ดัดแปลงมาจาก เจ้าหนูอะตอม งานอมตะคลาสสิคจากปรมาจารณ์ โอซามุ เทซึกะ ที่คนในวงการมังงะยกย่อง โดยจะหยิบเอาตัวละครมาดัดแปลงโฉมใหม่ซะ พร้อมกับใส่เรื่องราวสืบสวนสอบสวนกับการตามหาตัวการที่แท้จริงในการสังหารสุดยอดหุ่นยนต์แอนดรอยด์ของโลก

 

 

 

ต๊องแน่! แต่อัจฉริยะเรียกพี่

สำหรับมังงะเรื่องเดียวที่ออกนอกแนวฟุตบอลของ อ.ทัตซึกิ โนดะ (แต่กลับกลายเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของเขา) จัดว่าน่าเสียดายเหลือเกิน ที่ไม่ได้เห็นในรูปแบบอนิเม ทั้งๆที่ พล็อตเรื่อง องค์ประกอบอะไรต่างๆนั้น มันช่างคล้ายคลึงกับ 'โดราเอมอน' หรือ 'คิเทเรตสึ เจ้าหนูนักประดิษฐ์' แท้ๆเลย!!!!!!!! แถมเรื่องราวนั้นก็ออกเน้นฮาในหลายๆตอน โดยเฉพาะกับวีกรรมสุดป่วนระส่ำ ของ พีส เคนทาโร่ ลูกคนโตแห่งครอบครัวร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าพีส ที่สร้างความปวดหัวให้แก่ คังทาโร่ ผู้เป็นพ่อ แล้วก็ พี่น้องคนอื่นๆ อยู่บ่อยครั้ง แล้วที่สำคัญ ในความป่วนฮาที่เกิดขึ้นในเรื่อง ก็ยังแฝงข้อคิดดีๆเกี่ยวกับสถาบันครอบครัว ด้วยเช่นกัน ซึ่งดูแล้ว ก็เป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเข้ากับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ยังไงๆก็น่าจะมีโอกาสได้รับการดัดแปลงในเวอร์ชั่นอื่นๆบ้าง เสียแต่ว่า เรื่องนี้ไปตีพิมพ์ในสนพ.ที่ไม่ใหญ่โตนัก ไม่เป็นจุดสนใจเท่าไหร่ แถมเรตติ้งของเรื่องก็ออกจะไม่ดังในญี่ปุ่น (เผลอๆ จะดังในไทยมากกว่าซะด้วย) รวมถึงแนวของการ์ตูน ก็ไปทางการ์ตูนยุคเก่าอีก สตูดิโออนิเมก็เลยไม่ค่อยจะสนใจ.......(อันหลังนี้มโนนะ)..... ก็ได้แต่บ่นเสียดายกันไป ซึ่งหากเรื่องนี้ได้เป็นอนิเมจริง ก็คาดว่าน่าจะได้อยู่ฉายยาว พอๆกับ มารุโกะจัง , ชินจัง หรือ โดราเอมอน ก็เป็นได้นะ..........

 

 


อิตโต้ นักเตะเลือดกังฟู

ซีรี่ย์การ์ตูนฟุตบอลที่มายุคไล่เลี่ยกับกัปตันซึบาสะ แต่อันนี้เน้นฮายิ่งกว่า ฮาไปกับความบ้าบิ่นของ อิตโต้ นักฟุตบอลร่างแคระ ถึงจะตัวเล็ก แต่สกิลทักษะของเขาก็โหดใช้ได้ เพราะเคยฝึกศิลปะป้องกันตัวมาก่อน แถมตัวเขาก็คล่องตัวสูง สามารถพาบอลซัดตุงตาข่ายคู่แข่งได้อย่างหลากหลายท่วงท่าลีลา มากพอๆกับ การทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม หรือ เพื่อนร่วมทีมเจ็บตัว (555+) ..... แม้อิตโต้จะสร้างเสียงหัวเราะให้คอการ์ตูนเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเอาไปเทียบกับซึบาสะล่ะก็ ต้องบอกว่า อิตโต้ ค่อนข้างจะอาภัพนัก อันเนื่องมาจาก ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักกับซึบาสะมากกว่า และมองว่า ซึบาสะ คือแรงบันดาลใจชั้นดีในการเล่นฟุตบอลของใครหลายคน อีกทั้ง ซึบาสะ ยังมีการทำเป็นอนิเมอีกหลายชุดอยู่เนืองๆอีก ผิดกับทางฝั่งอิตโต้ ที่ทำได้อย่างมากที่สุด เพียงแค่มังงะ 2 ภาคเท่านั้น แถมในมังงะภาค 2 แม้จะฮาเหมือนเคย ทั้งที่มุกตลกก็ซ้ำๆ แต่ก็จบอย่าง'ไม่บริบูรณ์' ไปพร้อมๆกับการปิดฉากนิตยสารรายเดือนต้นสังกัดของอิตโต้ อีก!!! ... ถึงตรงนี้ เรื่องฉบับอนิเม แทบจะเลิกพูดถึงได้เลย!!! ลำพังลุ้นแค่ว่า เจ้าอิตโต้ จะกลับมาสวมสตั๊ด คืนสู่สังเวียนมังงะอีกครั้ง ก็ช่างยากลำบากเหลือเกิน!!!!!!!!! (ถ้าอิตโต้ ได้เป็นอนิเมซักครั้ง เชื่อว่า อย่างน้อยก็ขอแค่เนื้อหาภาคแรกก็ยังดี เพราะมันลงตัวที่สุดแล้วล่ะ)

 

 

 

Psychometrer Eiji

ซีรี่ย์แนวสืบสวนสอบสวน ที่บ้านเราน่าจะรู้จักกัน มาไล่ๆกับ โคนัน , คินดะอิจิ ที่กำลังติดลมบนในหมู่คนอ่านบ้านเรา ซึ่งเรื่องนี้ มีจุดขายแตกต่างจากสองเรื่องดังกล่าวคือ เอย์จิ พระเอกของเรื่อง จะใช้พลังที่เรียกว่า Psychometry ในการหาเบาะแสของคนร้าย แทนการวิเคราะห์ ส่วนคนที่รับหน้าที่วิเคราะห์ ก็เป็นหน้าที่ของ ชิมะ ตำรวจสาวจ้าวเสน่ห์ (ที่ยิ่งวาดไป ความสวยกลับลดน้อยลงทุกทีๆ) เป็นหลักแทน ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการคลี่คลายคดีฆาตกรรมต่างๆ ที่ปรากฏในมังงะทั้ง 2 ภาค ซึ่งแต่ละคดีที่พวกเขาช่วยกันไขนั้น ก็สุดโหดสยองเกินทน ชวนขยะแขยง เอามากๆ (และไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเอาตัวละครประกอบ สาวน้อยน่ารักๆ มาเป็นเหยื่อสังเวยฆาตกรรมทุกที !?) และจากลักษณะคดีที่พวกเขาคลี่คลายนั้น ก็ไม่แปลกใจเลย ที่เรื่องนี้จะได้รับการดัดแปลงในรูปแบบของละครคนแสดง ซึ่งดูแล้ว ยังไงๆ การนำเรื่องนี้ไปทำในรูปแบบละครนั้น ดูจะเหมาะสมกว่า อนิเมเสียอีก (หากเป็นอนิเม ก็คงเป็นเรต 18+ หากออกฉายทางทีวีได้ก็ต้องช่วงดึกๆ แต่ก็ต้องตัดฉากแหวะๆออกไปเยอะเหมือนกันล่ะ หรือไม่ก็ต้อง เปลี่ยนบางฉากให้ลดความน่ากลัวลง)

 

 

 

Doctor K Series

อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า การ์ตูนแนวการแพทย์เนี่ย เป็นแนวที่ไม่ค่อยมีใครหยิบมาทำเป็นอนิเมซะเท่าไหร่ นอกจากซีรี่ย์ตระกูล Black Jack !!!! ส่วนใหญ่ของการ์ตูนแนวคุณหมอนี้ อย่างมากที่สุดก็คือการได้รับการทำในรูปแบบของละครเสียมากกว่่า (อาจเป็นเรื่องของข้อมูล ความน่าเชื่อถือ มาเกี่ยวข้องกัน ซึ่งยังไงๆ หากนำเสนอในแบบคนจริง คนดูน่าจะเชื่อถือมากกว่า การ์ตูนอนิเม ที่ออกไปทางแฟนตาซีมากกว่า) แต่สำหรับ เรื่อง Doctor K การ์ตูนคุณหมอเรื่องยาวถึง 3 ภาค (Super Doctor K , Doctor K , K2) ที่ได้หยิบเอาทั้งความเว่อร์ กับ ความจริงในหลักการแพทย์ มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แถมลายเส้นของการ์ตูน เห็นแล้วก็ชวนนึกถึง ลุงเคนชิโร่ หมัดดาวเหนือ ยังไงยังงั้น (คนวาดเรื่อง Dr.K คือ อ.คาซึโอะ มาฟุเนะ มิใช่ อ.เท็ตซึโอะ ฮาระ ผู้วาด หมัดดาวเหนือ) .... หากเรื่องนี้ได้รับการทำเป็นอนิเมจริง ก็อาจพอดึงแฟนๆของลุงเคน หมัดดาวเหนือ ได้บ้างล่ะนะ

 

นายโจ๋ตัวร้าย กับ ยัยแว่นแอ๊บใส

การ์ตูนแนววัยรุ่นวัยเรียนหลากรสหลากอารมณ์ของ อ.มิกิ โยชิคาวะ อดีตลูกมือผู้เขียน Fairy Tail ที่ดูจะเน้นต่อยตีกันอย่างห่ามๆ พอๆกับ การใช้ชีวิตนักเรียนม.ปลาย ซึ่งรวมถึงการรับชมเบื้องหลังการทำงานของสภานักเรียน และการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงท้ายๆเรื่อง นำทีมซ่าโดย ชินากาวะ แยงกี้อดีตเด็กเรียน กับ อาดาจิ สาวแว่นเนิร์ดอดีตจิ๊กกี๋ เป็นต้น หากจะพูดโดยภาพรวมแล้ว การที่เรื่องนี้เป็นแนวตลกชีวิตวัยเรียน เข้าถึงกลุ่มผู้ชมนักเรียนได้ง่าย ก็เป็นองค์ประกอบที่ดีพอเหมาะสมให้ได้รับการทำเป็นอนิเมแล้ว เสียแต่ว่า เรื่องนี้มีเรตติ้งสู้การ์ตูนแนวเดียวกันไม่ได้ ในช่วงที่เรื่องนี้ตีพิมพ์ในเวลานั้น ยิ่งช่วงนั้น บรรดาการ์ตูนแนวโรงเรียนขายสาวน้อย สายพลังโมเอะ ต่างได้รับความนิยมอย่างสูง จนถูกนำไปสร้างเป็นอนิเมผุดเป็นดอกเห็ด แถมเรื่องนี้ ก็ไม่มีคาแร็คเตอร์เด่นที่เป็นจุดขายใดๆอีก (ทั้งๆที่ตัวละครในเรื่องนี้บางคน ก็น่ารักจริงๆนะ - โดยเฉพาะนางเอกตอนแปลงโฉมสมัยจิ๊กกี๋) ก็เลยทำให้เรื่องนี้ได้ถูกดัดแปลงอย่างมาก ก็แค่ฉบับละครซีรี่ย์เท่านั้น...............

แต่!!!! อย่างน้อย เรื่องนี้ก็ยังโชคดีกว่าเรื่องอื่นๆ ในลิสต์ของเรา ก็ตรงที่ พรรคพวกหนุ่มโจ๋กับหนูแว่น ได้ปรากฏตัวในรูปแบบอนิเมจริงๆ แต่เป็นตัวละครประกอบโฆษณาโปรโมทอนิเม 'ยามาดะคุงกับแม่มดทั้ง 7' ผลงานเรื่องถัดไป(และเป็นเรื่องดังที่สุด)ของ อ.โยชิคาว่า เท่านั้นเอง......และจากการที่ยามาดะคุงได้เป็นอนิเมเต็มตัว ก็อาจเป็นความหวังเล็กๆของ หนุ่มโจ๋กับหนูแว่น ที่อาจปรากฏตัวในรูปแบบอนิเมซีรี่ย์เต็มตัวในอนาคตก็เป็นได้

 

 


The EXEcutional

ปิดท้ายลิสต์นี้ ก็เป็นการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เชื่อว่านักอ่านบ้านเราเกินครึ่ง อยากจะเห็นเรื่องนี้ในรูปแบบอนิเมชั่นเหลือเกิน สำหรับ The EXEcutional 'มหาสงครามออนไลน์ถล่มจักรวาล' จากเรื่องราวการผจญภัยบนโลกเกมออนไลน์อันกว้างใหญ่ไพศาล ลึกลับ จนยากจะจินตนาการหยั่งถึง พร้อมกับอารมณ์ฮาอย่างคาดไม่ถึง จากมุกอันไหลลื่นของผู้แต่ง รวมถึง การอวยตัวละครที่ชอบ จับคู่พระเอก กานดา อย่างเมามันส์ ทั้ง ภัสสร,น้องต่าย-วิริยา,น้องปลา-มัจฉา,ปิ่น ฯลฯ (ล่าสุด แว่วๆมาว่า มีสาวคู่หนึ่ง ทำท่าจะเล่นดนตรีไทยกันเองซะงั้น !? :P) บางทีนะ หากเรื่องนี้ได้เป็นอนิเมชั่นซักครั้งหนึ่ง อารมณ์ก็คงจะไม่ต่างจากการผจญภัยของ คิริโต-อาสึนะ บนโลกเกม Sword Art Online หรือจะเป็นการรวมตี้ใหญ่ออกผจญภัยบน 'Log Horizon' ก็ได้ เป็นต้น

....... แต่พูดก็พูดเถอะ โอกาสที่จะได้เห็นเรื่องนี้ในรูปแบบอนิเมชั่นนั้น ก็ค่อนข้างจะริบหรี่มากๆ หรือหากได้เป็น ก็คงต้องรอหลายปี เหตุผลหลักๆก็มาจากอนิเมชั่นไทย คนสนับสนุนน้อย ขาดสปอนเซอร์ หรือถ้าหากมีคนทำ ส่วนใหญ่ก็มักจะหยิบแนวเด็กดี แนวใสๆบริสุทธิ์ โลกสวย ทุ่งลาเวนเดอร์งาม (พอๆๆๆ) มาทำเป็นอนิเมชั่นเหมาะกับกลุ่มคนดูเด็กๆ ถูกจริตผู้ใหญ่บ้านนี้เมืองนี้ มากกว่า ซึ่งหลักๆนั้น ก็มาจากทัศนคติส่วนใหญ่ของผู้ใหญ่บ้านเราที่มีต่อการ์ตูนนั่นเอง

 

 




kartoon-discovery.com
Sep 2016


 
free hit counter javascript