สรุปข่าววงการการ์ตูนประจำปี 2556 (2): เหตุการณ์และดราม่าวงการการ์ตูนประจำปี 2556 |
||
ปีงูอสรพิษ 2013 กำลังจะผ่านพ้นไป ท่ามกลางเหตุการณ์บ้านเมืองที่ยังคงอึมครึม หนุกหนานกับกีฬาสีแถวสภากันทั้งปี นับตั้งแต่เลือกตั้งผู้ว่ากทม. ยันปัญหาเรื้อรังต่างๆที่หมักหมม ทั้งค่าแรงสูงขึ้น ราคาข้าวของแพง ค่าครองชีพสูง เม็ดข้าวถูกจำนำ รวมถึงการกระทำอันเรือไม่จอดไม่แจวหลายประการของผู้หลักผู้ใหญ่ ทำให้เกิดการลุกฮือเป่านกหวีดของปชช.ส่วนหนึ่งที่หวังจะล้างการเมืองสกปรก ส่วนอีกฝ่ายอยากให้เลือกตั้งตามเดิม และแล้วเกมการเมืองของทั้งสองฝ่ายก็ได้ยืดเยื้อกันไป ชนิดที่ไม่รู้ว่ามันจะไปสุดซอยจะถอยยังไงกัน!! และหากเป็นแบบนี้เรื่อยไป เปิด AEC เต็มตัวปี 2015 เมื่อไหร่ เราคงงานเข้าแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ถึงกระนั้นในปีนี้เราก็ได้คลายเครียดมีความสุขไปกับ ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย , น้องเมย์ รัชนก แล้วก็ ทีมฟุยอลชายรุ่นเล็ก+ทัพนักกีฬาไทยในกีฬาซีเกมส์ ที่เมียนมาร์ ในส่วนของข่าวคราวในวงการการ์ตูนก็เช่นเดียวกัน ในรอบปี 2013 นั้น ในตอนแรกเราได้ทำการบอกเล่าข่าวคราวเกี่ยวกับอนิเมรอบปี 2013 กันไปแล้ว ในตอนที่ 2 นี้ เราจะมาว่ากันถึงเหตุการณ์เรื่องราวดราม่าที่เกี่ยวข้องในวงการการ์ตูน ทั้งในญี่ปุ่น ต่างประเทศ ยันเมืองไทยของเรา เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น เราไปทบทวนกันเลยครับ!!! สำนักข่าว K-D News (kartoon-discovery.com) เหตุการณ์และดราม่าวงการการ์ตูนประจำปี 2556ฉลอง 45 ปี โชเน็นจัมป์ อย่างชื่นมื่น
อย่างไรก็ตาม นอกจากสนพ.ชูเอย์ฉะ จะได้ฉลอง 45 ของโชเน็นจัมป์แล้ว ยังได้ร่วมจัดงานฉลองให้กับนิตยสาร Betsatsu Margaret นิตยสารการ์ตูนผู้หญิงที่อยู่คู่กับคนอ่านญี่ปุ่นมานาน 50 ปี อีกด้วย โดยงานฉลองนั้น หลักๆก็ตีพิมพ์ผลงานการ์ตูนพิเศษที่เป็นการครอสโอเวอร์ข้ามเรื่องกัน ทั้งซีรี่ย์การ์ตูนตาหวานเหมือนกัน ยัน ซีรี่ย์การ์ตูนชายกับการ์ตูนหญิง ได้แก่ซีรี่ย์ครอสโอเวอร์ของผู้แต่ง Kimi ni Todoke กับ Aozora Yell, ซีรี่ย์ครอสโอเวอร์ระหว่าง Nisekoi รักลวงป่วนใจ กับ Ore Monogatari ,การ์ตูนผู้หญิงชุดพิเศษจากผลงานการวาดของ อ.ฮิโรยะ โอคุ ผู้แต่ง Gantz รวมถึงการคัมแบ็คในรอบหลายสิบปีของ กุหลาบแวร์ซายส์ ในการ์ตูนสั้นชุดพิเศษ อนึ่ง เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของนิตยสารการ์ตูนญี่ปุ่นที่น่าสนใจในปีที่ผ่านมา ก็มี นิตยสารจัมป์ ได้คลอด app Jump Live เอาอกเอาใจคอการ์ตูนในญี่ปุ่นที่มีทั้งไฟล์ภาพการ์ตูน วอล์เปเปอร์สวยๆงามๆ และซีรี่ย์การ์ตูนพิเศษของนักเขียนในสังกัด, นิตยสาร Miracle Jump หยุดตีพิมพ์ชั่วคราว เพื่อเตรียมตีพิมพ์เป็นรายเดือน จากเดิมเป็นรายสองเดือน วางจำหน่ายปี 2014 ,นิตยสาร Morning ของค่ายโคดันฉะ ได้ปรับเปลี่ยนการออกจำหน่ายหนังสือ ด้วยการออกวางจำหน่ายทั้งรูปแบบหนังสือและดิจิตอลในวันเดียวกัน ขณะที่นิตยสาร Shonen Rival ของโคดันฉะ เตรียมหยุดตีพิมพ์ในปี 2014 พร้อมกันนี้ยังเป็นปีแห่งการปิดฉากนิตยสาร Manga Sunday นิตยสารการ์ตูนเก่าแก่ของญี่ปุ่น หลังตีพิมพ์มายาวนับ 54 ปี!! รวมถึงนิตยสารในเครือคาโดคาว่าจำนวนหนึ่ง ก็ได้มีการหยุดตีพิมพ์ไปด้วย อาทิ 4-koma Nano Ace , Kerokero Ace , New Type Ace เป็นต้น
และในช่วงที่มีการเปิดตัว Ginga นั่นเอง ทางฝั่งคู่ปรับของซึบุราญ่า อย่าง ไชโย ก็มีความเคลื่อนไหวออกมาเหมือนกัน แถมประกาศข่าวที เล่นกลบข่าวของ Ginga ซะสนิทในช่วงสั้นๆ โดยสื่อไทยหลายแห่งได้รายงานว่า ทางบ.หนังในฮอลลิวู้ดเจ้าหนึ่ง ได้เจรจากับบ.ไชโย ในการขอซื้อสิทธิ์นำหนังอุลตร้าแมนไปดัดแปลงเป็นหนังฟอร์มยักษ์ฮอลลิวู้ด ในชื่อคร่าวๆว่า อุลตร้าแมน ภาค 4 ซึ่งแหล่งข่าวฝั่งไทยได้อ้างว่า หนังชุดนี้ จะทาบ Wil Smith มาร่วมแสดงและมีกำหนดออกฉายปี 2014 และจากการมาของข่าวนี้ รวมไปถึงการนำเสนอข่าวอันชวนเชื่ออย่างสุดฤทธิ์ของฝั่งไชโย ที่อ้างว่าอุลตร้าแมนเป็นของคนไทยอย่างแท้จริงเหลือเกิน (ทั้งที่จริงได้สิทธิ์แค่อุลตร้าแมนภาคเก่าๆนอกประเทศ เพียงไม่กี่ภาคเท่านั้น และไม่มีสิทธิ์ได้ทำซีรี่ย์อุลตร้าแมนชุดใหม่ๆเลย) จนทำให้กลายเป็น Talk of The Town จ้อกันสนั่นในบ้านเรา ซึ่งก็มีคนไทยบางส่วนรู้สึกภาคภูมิใจและพร้อมจะรอชมหนังชุดนี้ แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่ง(ที่มีมากกว่ากลุ่มแรก) โดยเฉพาะกับคอหนังฮีโร่ กูรูหนังฮีโร่บ้านเรา ออกแนวไม่เชื่อกับข่าวนี้ พร้อมกับสับสนมึนงงว่า ตกลงเป็นข่าวจริงหรือลวงกันแน่ !? โดยได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับข่าวนี้ นับตั้งแต่การจัดงานแถลงข่าวที่ดูแล้วไม่ใหญ่โตสมกับระดับโลก รวมถึง บรรดาผู้เกี่ยวข้องนั้นเป็นคนจากฮอลลิวู้ดจริงๆหรือเปล่า!? และข่าวนี้ก็ได้เงียบหายไปราวกับสายลม จนถึงขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ว่า โปรเจ็คดังกล่าวมีความคืบหน้ายังไง แล้วตกลงความจริงเป็นอย่างไรกันแน่?(เอาเข้าจริง น่าจะเป็นการนำหนังอุลตร้าแมนชุดเก่าที่ทางไชโยได้สิทธิ์นอกญี่ปุ่น ไปตัดต่อทำเป็นหนังสารคดี ไม่ก็ นำไปจัดจำหน่ายเผยแพร่ต่อโดยฮอลลิวู้ดมากกว่า )
จากเรื่องวุ่นๆในช่วงต้นปี ในที่สุดอุลตร้าแมนก็ได้รับเกียรติยศสูงสุงช่วงปลายปี นั่นคือ การที่พวกเขาได้รับการรับรองจาก Guiness Book World Record ในฐานะที่พวกเขาเป็นรายการซีรี่ย์ทางทีวีที่มีจำนวนภาคมากที่สุดในโลก ปัจจุบัน ซีรี่ย์ Ultraman ได้มีการต่อยอดจัดทำออกฉายทางทีวีกันถึง 27 ซีรี่ย์ (นับรวมซีรีย์หลัก ซีรีย์ภาคแยก ที่มี Ultraman เป็นตัวละครรับเชิญ แต่ไม่นับ OVA) ซึ่งสถิติดังกล่าวไม่นับซีรี่ย์แรกสุดของ Ultraman ที่ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 1966 แต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้น แม้จะมีข่าวยินดีของอุลตร้าแมนในแง่สถิติโลก แต่ก็มีข่าวเศร้าชวนใจหาย เมื่อ Ultraman Land สวนสนุกอุลตร้าแมนที่จ.คุมาโมโตะของญี่ปุ่นนั้น ได้ปิดกิจการลงแล้ว หลังจากเปิดให้บริการมานานถึง 16 ปี ด้วยกัน ถกเถียงมึนงงประจำปี - Barefoot Gen กับ สาระของเรื่อง
สงครามโลกครั้งที่ 2 ยังคงเป็นโศกนาฏกรรมอีกเหตุการณ์หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์โลก โดยเฉพาะกับชนชาวญี่ปุ่นนั้น ดูจะเจ็บปวดเอามากๆ จากการที่พวกเขาต้องประสบกับระเบิดปรมาณูถึง 2 ลูกถล่มเมือง ฮิโรชิม่า กับ นางาซากิ ซะราบคาบ เมื่อปี 1945 ซึ่งมีผลทำให้ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม เท่านั้นไม่พอสภาพบ้านเมืองและสภาพร่างกาย-จิตใจของชาวญี่ปุ่นในยุคนั้น แทบจะชอกช้ำเศร้ากันสุดๆ จนต้องมาตั้งรกรากสร้างบ้านเมืองกันใหม่ จนกลายเป็นญี่ปุ่นยุคสมัยในปัจจุบันตามที่ใครหลายคนได้เห็น และจากเรื่องราวความยากลำบากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้เอง ก็เลยทำให้สื่อต่างๆในญี่ปุ่นได้หยิบเอาเรื่องราวนี้ไปบอกเล่าใหม่ให้คนรุ่นหลานได้รับรู้ได้สัมผัสกับความโหดร้ายของสงคราม และหนึ่งในนั้น ก็มีการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่ได้ตีแผ่เรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ถึงแก่นอารมณ์อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งก็คือเรื่อง Barefoot Gen ผลงานการ์ตูนของ อ.เคย์จิ นากาซาว่า นั่นเอง ซึ่งผลงานการ์ตูนเรื่องนี้ อ.นากาซาว่า ได้หยิบเอาประสบการณ์ชีวิตสมัยเด็กของเขา ที่ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวของเขาจำนวนมาก จากระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า บ้านเกิดของเขา มาแต่งเป็นเรื่องราวในการ์ตูน และผลงานของเขาก็ขายดิบขายดีมาก มีการตีพิมพ์เป็นภาษาต่างประเทศราว 10 กว่าภาษา รวมถึง ภาษาไทย ที่ได้รับการจัดพิมพ์โดยสนพ.มติชน ในชื่อ เก็น เจ้าหนูสู้ชีวิต และจากความยอดเยี่ยมของผลงานการ์ตูนเรื่องนี้ ทำให้เรื่องนี้ได้รับการยกย่อง และถูกนำไปดัดแปลงในรูปแบบหนัง-ละครคนแสดง และหนังอนิเมชั่น ตามมา ทว่า แฟนๆของเรื่องนี้ ก็ไม่มีโอกาสได้อ่านภาค 2 ของเรื่องนี้ตลอดกาล จากการที่ อ.นากาซาว่า ได้จากโลกนี้ไปก่อนสิ้นปี 2012 ไม่กี่วัน แต่ถึงกระนั้นซีรี่ย์การ์ตูนเรื่องนี้ยังคงได้รับการสนับสนุนให้เป็นสื่อการสอนด้านสันติภาพของเด็กนักเรียนจ.ฮิโรชิม่า และจ.อื่นๆ อย่างไรก็ตาม การ์ตูนเรื่องนี้เริ่มเป็นข้อถกเถียงของคนบางกลุ่มมากขึ้น ในแง่ของเนื้อหาสาระของเรื่องที่ค่อนข้างจะนำเสนอในแง่มุมเดียวจนเกินไป บ้างก็อ้างว่า เหตุการณ์บางอย่างในการ์ตูนนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจริงตามที่เรื่องนี้ได้อ้างถึงเลย จึงทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้หยุดเอาการ์ตูนเรื่องนี้เป็นสื่อการสอน หรือไม่ก็ออกจากโรงเรียนไปเลย โดยเฉพาะที่เมืองมัตซึเอะ จ.ชิมาเนะ นั้น เคยมีข่าวว่าหน่วยงานด้านการศึกษาของเมืองออกคำสั่งให้เอาเรื่องนี้ออกจากห้องสมุดโรงเรียนระดับประถม-ม.ต้น แต่ภายหลังหน่วยงานดังกล่าวได้ถอนคำสั่ง ปล่อยให้เป็นดุลพินิจของโรงเรียนแต่ละแห่งในเมืองได้ตัดสินใจพิจารณากันเอาเอง อีกทั้ง ผู้แปล Barefoot Gen ฉบับภาษาอังกฤษ ยังถูกผ.อ.โรงเรียนสั่งห้ามหยิบเอาคติคำสอนเตือนใจจากการ์ตูนเรื่องนี้ไปสอนลูกศิษย์อีกด้วย
ระทึกแห่งปี - อีเว้นต์ Neptunia ถูกคนจิตป่วยป่วน ดารานักร้อง เซย์ยู (นักพากย์) สาวญี่ปุ่น ยังคงตกเป็นเป้าของชายจิตไม่ว่างที่คลั่งอย่างไร้สติเกินเหตุ จนเกิดเหตุสะเทือนขวัญอยู่เนืองๆ โดยเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นกับนักพากย์สาวนาม ริเอะ ทานากะ ในคราวที่เธอไปปรากฏตัวขึ้นในงานอีเว้นต์ออกฉายอนิเมซีรี่ย์ของ Chō Jigen Game Neptune The Animation เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา อีเว้นต์ดังกล่าวดูเหมือนจะราบรื่น แต่ทันใดนั้นได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อจู่ๆ มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในงาน พร้อมกับกวัดแกว่งมีดไปมา สร้างความตกอกตกใจของผู้คนที่ร่วมงานดังกล่าวเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบตัวเขาอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ต้องหานั้น เป็นชายอายุราว 30 ปี จากเขตอาดาจิ กรุงโตเกียว และถูกจับกุมในข้อหาพกอาวุธมีคมในที่สาธารณะที่มีขนาดความยาวเกินกว่าที่กม.กำหนด จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนใหญ่ไม่ได้รับอันตรายใด มีเพียงแต่นักพากย์สาวทานากะ เท่านั้น ที่ได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่เธอหกล้มในขณะที่พยายามจะหลบหนีผู้ต้องหา ที่กำลังจะเข้าประชิดตัว ซึ่งนอกจากร่างกายของเธอจะได้รับบาดเจ็บแล้ว จิตใจของเธอก็ถึงขั้นย่ำแย่จนต้องปิด twitter ของตนเองเป็นการชั่วคราว เท่านั้นไม่พอ ยังมีผลทำให้งานอีเว้นต์ต้องล้มกลางคัน รวมถึงจะไม่มีวีดีโอภาพบรรยากาศงานอีเว้นต์ดังกล่าวลงใน DVD อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ญี่ปุ่นก็มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกือบจะกลายเป็นเรื่องระทึกขวัญ เมื่อทางผู้จัดงานอีเว้นต์ Real Escape Game x Detective Conan: Escape From a Skyscraper ของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เกิดดันลืมเก็บวัตถุที่ใช้ในการเล่นเกมดังกล่าวเข้า จึงสร้างความแตกตื่นแก่ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้น ที่คิดว่ามันมีการวางระเบิดจริง ซึ่งพอเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบวัตถุดังกล่าว พบว่า ไม่ใช่ระเบิดแต่อย่างใด กลายเป็นว่าความสัพเพร่าของผู้จัดงานดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านโดยไม่รู้ตัว หวิดที่จะเกิดคดีที่คล้ายหรือใกล้เคียงกับการ์ตูนโคนันซะแล้ว 555+ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็คงเป็นการบ้านให้บรรดาผู้จัดงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คิดปวดหัวอีกครั้ง เกี่ยวกับการจัดการ ควบคุมและมาตรการการรักษาความปลอดภัยของงานอีเว้นต์การ์ตูนที่ควรจะเข้มงวดกวดขันรอบคอบกันให้มากกว่าที่เป็นอยู่นี้
กฎหมายสื่อลามกอนาจารเด็กของญี่ปุ่น - ปัญหาอันไม่จางหายไม่ลงตัวระหว่างผู้หลักผู้ใหญ่กับคนวงการอนิเม
อย่างไรก็ตาม ด้วยร่างกฎหมายฉบับใหม่ของพวกเขานั้น ยังคงเกิดความคลุมเครือ เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับคนที่ครอบครองภาพถ่ายลามก กับ ภาพวาดลามก รวมไปถึง การกระทำของคนในรัฐบาลที่เหมือนกับจะไปจำกัดสิทธิเสรีภาพด้านการแสดงออกของเหล่าผู้สร้างการ์ตูน อนิเม นี่เอง ทำเอาคนวงการการ์ตูนอนิเมพากันต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ อาทิ สมาคมนักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น , สมาคมผู้สร้างอนิเมชั่นญี่ปุ่น (JAniCA) ,สมาคมผู้ผลิตนิตยสารแห่งญี่ปุ่น , สมาคมผู้ผลิตหนังสือแห่งญี่ปุ่น ,กลุ่มผู้จัดงาน Comic Market ,สมาคมผู้จำหน่ายโดจินชิของญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งสาเหตุหลักๆที่พวกเขาไม่เห็นด้วยนั้น นอกจากตัวกฎหมายจะเป็นการริดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแล้ว พวกเขามองว่าเหตุไฉนถึงต้องหยิบยกเฉพาะการควบคุมสื่ออนิเมมังงะ มาใส่ไว้ในร่างกฎหมายด้วยล่ะ ทั้งๆที่ เป้าหมายจริงๆของกม.นี้ คือการปกป้องการละเมิดสิทธิเด็ก อีกทั้งยังไม่เห็นด้วยกับวิธีการการตรวจสอบภาพลามก ซึ่งอาจนำมาสู่ผลเสียต่อวงการการ์ตูนอนิเมอย่างไม่พึงปรารถนา ก่อให้เกิดความยุ่งยาก และ เกิดความเสี่ยงต่อการล่มสลายของวัฒนธรรมอนิเมชั่นญี่ปุ่น เช่นกัน อีกทั้งในปีนี้ จนท.ตำรวจยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีจัดทำและเผยแพร่ภาพ CG ลามกของเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมผู้ต้องหาคดีภาพ CG ลามก เป็นคดีแรกในญี่ปุ่นอีกด้วย
จากสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นเดือดร้อนแรงของคอการ์ตูนบ้านเราผ่านทางเว็บบอร์ดและโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผู้ปกครองท่านนั้น ที่ไม่ยอมดูแลบุตรหลานตนเองดีๆ ปล่อยให้เด็กมาดูการ์ตูนรอบดึกตามลำพัง ทั้งๆที่ทางช่องนั้นได้แบ่งเรต-ช่วงเวลาการออกฉายการ์ตูนในระดับหนึ่งแล้ว (อย่างที่ทราบ การ์ตูนรอบดึกนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแนวที่เกินกว่าเด็กเล็กๆจะดู) หรือจะเป็นกสทช.ที่รักษาความ......เสมอต้นเสมอปลาย เอาแต่สองมาตรฐาน ทีการ์ตูน น่ะ แบน-เซ็นเซอร์จัง แต่กับละครน้ำเน่า ตบตี ปลุกปล้ำ ดาราแต่งตัวโป๊ น่ะ ทำไมถึงปล่อยผ่าน ไม่ยอมทำ-่าอะไร!? แต่ก็มีบางคนลามไปวิจารณ์ถึงกบว.เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆซากๆ (ทั้งๆที่ กบว.นั้น เขายุบไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว!!!!) และจากประเด็นหมัดดาวเหนือ 2 (ที่ไม่ได้แบนจริง)ยังคุกกรุ่นอยู่ ก็เกิดดราม่าใหม่ร้อนแรงขึ้นไม่แพ้กัน เมื่อจู่ๆการ์ตูนใสๆไร้มลพิษ อย่าง Chi 's Sweet Home ถูกทางช่อง Cartoon Club ตั้งไว้ที่เรต 18+ ซะงั้น จึงทำให้คอการ์ตูนออกมาวิจารณ์อย่างกว้างขวาง พร้อมกับมีการประชดประชันกัด กสทช. กับ ละครน้ำเน่าของช่องมากสี กันแหลกลาน รวมถึง มีการแซวแบบขำๆแกมประชดว่า "เพราะเหมียวจี้ไม่ได้สวมเสื้อผ้า ถึงได้ตั้งไว้ที่เรต 18+ ไง" !!!? เป็นต้น ซึ่งในภายหลังก็มีการแถลงจากช่องดังกล่าวว่า มาจากความผิดพลาดทางเทคนิคของทางช่องเอง ไม่เกี่ยวกับกสทช.หรือหน่วยงานรัฐแต่อย่างใด เพราะในช่วงนั้นเอง มีอนิเมเรื่องอื่นๆออกฉายทาง Cartoon Club โดยแปะเรต 18+ เอาไว้ด้วย ไม่ใช่เหมียวจี้เพียงเรื่องเดียว และจากคำแถลงของทาง Cartoon Club เอง ทำให้คอการ์ตูนจำนวนมาก ถึงกับเงิบ และพอเข้าใจเหตุผลทางช่องนั้นไปตามๆกัน จนเรื่องราวจบลงด้วยดี แม้ว่าขณะนี้ดราม่าหมัดดาวเหนือ 2 & เหมียวจี้ จะเบาบางลง แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นให้คอการ์ตูนบ้านเราพูดถึง ล้อเลียน เหน็บแนมต่อไป (ถึงขนาดที่มีดาราหนุ่มท่านหนึ่ง ถึงกับเอาไปล้อเลียนกันในงานอีเว้นต์การ์ตูนงานนึงด้วย) แต่ที่แน่ๆ จากสิ่งที่เกิดขึ้น ขอย้ำรอบที่ร้อยกว่าว่า สำหรับผู้ปกครองนั้น แทนที่จะเอาแต่เหมารวม โทษนู่นโทษนี่ ก็ควรดูแลเอาใจใส่สั่งสอนชี้แนะบุตรหลานของตัวเองให้รู้จักแยกแยะสื่อให้เป็นมากยิ่งขึ้น และควรใช้เวลาอยู่กับลูกหลานตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยบุตรหลานของตนให้อยู่กับทีวีหรือสื่อต่างๆตามลำพังแบบนี้.........(และนับวันผู้ปกครองประเภทนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ) จากข่าวนี้ ได้สร้างความไม่พอใจกับบรรดาคนการ์ตูนบ้านเรา ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือ คนนอก จำนวนหนึ่ง ยังคงไม่เข้าใจและไม่คิดจะเข้าใจการ์ตูน และยังคงมองว่าการ์ตูนเป็นสื่อสำหรับเด็กอยู่วันยังค่ำมาโดยตลอด จนการ์ตูนกลายเป็นจำเลยอันดับต้นๆ ที่พวกเขามักจะกล่าวโทษ หากเกิดกรณีร้ายแรงขึ้นกับเด็กและเยาวชนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งคนการ์ตูนต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการจะอธิบายให้คนเหล่านี้ให้เข้าใจและให้พวกเขามองเห็นสื่อการ์ตูนในแง่มุมต่างๆให้กว้างขวางขึ้น ซึ่งผู้ใหญ่คนไหนเข้าใจถึงเรื่องนี้ก็ดีไป แต่ถ้าคนไหนไม่เข้าใจก็เหนื่อยหน่อย และด้วยความที่เกิดกรณีนี้ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในบ้านเรา จึงทำให้คนการ์ตูนบางส่วนเกิด Bias ความอคติบังตา เกี่ยวกับข่าวทำนองแง่ลบของการ์ตูน จึงออกมาแสดงความไม่พอใจโดยที่ไม่ยอมจับใจความเนื้อข่าวให้ถูกต้องเลย ซึ่งการ์ตูนสองเรื่องข้างต้นนั้นไม่ได้มีการแบนจริง แต่ก็ยังมีคนอุตส่าห์จะบอกว่าสองเรื่องนี้ถูกแบนให้ได้ จนเกิดดราม่าที่ทำท่าจะจบ แต่ก็ยังไม่จบซะงั้น (ที่แย่ก็คือ บางคนดันคิดเชื่อว่า 2 เรื่องนี้โดนแบนจริงๆซะนี่ = =") ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากมีการเข้าใจผิด ตีความผิดจนเกินเลยแล้ว ก็ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของคอการ์ตูนโดยรวม ที่อาจถูกคนนอกมองในแง่ลบ เช่นกัน!!!!
คนการ์ตูนไทย ก้าวไกล ไล่ล่าคว้ารางวัลระดับโลก
จากนั้นช่วงกลางปี ก็มีนักเขียนการ์ตูนไทย 3 คน สามารถคว้ารางวัลจากการประกวด Manga Audition ครั้งที่ 1 การประกวดผลงานการ์ตูนเงียบไร้คำพูดจากนิตยสาร Comic-Zenon นิตยสารรายเดือนของสนพ.Tokuma Shoten โดย Prema-Ja สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากผลงานเรื่อง Sky Sky (ชนะเลิศร่วมกับผลงานการ์ตูนของอินโดนีเซีย) พร้อมได้รับคำชมจาก ขณะเดียวกัน ศิลปินนักเขียนการ์ตูนนาม Garun สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดการ์ตูนเรื่องสั้นสี่ช่อง ที่จัดโดยนิตยสาร Comic REX สนพ.อิจิจินฉะ ของญี่ปุ่น จากผลงานเรื่อง "เพื่อน" ด้วยเช่นกัน ผลงานของเขานั้นได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารดังกล่าวฉบับเดือนก.ย. อีกด้วย จากข้างต้น พอเป็นการพิสูจน์ว่านักเขียนการ์ตูนบ้านเรา มีฝืมือเจ๋งไม่แพ้ใครในโลก เสียแต่ว่ายังคงขาดการสนับสนุนจากผู้หลักผู้ใหญ่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นเคย ในส่วนของความเคลื่อนไหวของการ์ตูนไทยในรอบปีนั้น ก็ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก นอกจากนิตยสารบูม มีซีรี่ย์น้องใหม่อย่าง Fantasy Saga , ขณะที่ซีรี่ย์ย่อยจาก ERROR HOUR ของ SIC ก็ทยอยมีรวมเล่มเป็นของตัวเอง ส่วน A-BEST เจ้าของผลงงานหนีผีสุดยื้อน่าเบื่ออย่าง ป่าผี มีผลงานใหม่ 2 เรื่องกับ 4WD ภาค 2 และ The Post Boy พร้อมกับข่าวคราวสุดน่าใจหาย เมื่อมีข่าวว่า ชัย ราชวัตร เตรียมจะหยุดเขียน ทุ่งใหญ่มาทุ่งหมาเมิน ในอนาคตอันใกล้.......
จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ได้มีการพูดคุยถกกันในเว็บบอร์ด ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายความเห็น บ้างก็บอกว่าเสียดาย , บ้างก็ออกมาสมน้ำหน้า -ประนามคอการ์ตูนบางคนที่นิสัยเสียไม่รู้จักมารยาท จนทำให้เจ้าของสถานที่ทนไม่ไหว จนต้องเกิดผลแบบนี้ขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็มีบางส่วนที่ยังสงสัยคาใจที่ทำไมผู้จัดงานการ์ตูนบางงานถึงตัดสินใจเลือกรพ.เป็นสถานที่จัด ทั้งๆที่มีสถานที่อื่นๆที่มีความเหมาะสมในการจัดมากกว่าที่นี่ตั้งเยอะแยะ จนนำไปสู่การถกเถียงดราม่าในประเด็นเรื่องของความเหมาะสมของสถานที่ที่ใช้จัดงานการ์ตูนในบ้านเรา เป็นต้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาเหตุหลักๆก็คงจะหนีไม่พ้นที่ "ตัวคน" โดยเฉพาะกับเหล่าคนที่ไร้ระเบียบวินัย ไม่รู้จักเคารพกฎกติกาที่เขาตั้งไว้ แถมยังสร้างความรำคาญเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ทำเอางานการ์ตูนจำนวนหลายงานได้รับฟีดแบ็คแง่ลบจากคนนอกมากขึ้นในทุกๆครั้ง จนต้องมีการพิจารณากันในหลายตลบเกี่ยวกับการเตรียมงานในครั้งต่อๆไป และเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้ หากไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เอาแตแสดงนิสัยเดิมๆ ก็ยากที่จะเข้าสังคมข้างนอกได้อีกเช่นกัน จนมีผลทำให้ภาพลักษณ์ของคอการ์ตูนยังคงถูกคนนอกมองในแง่ลบเหมือนเคย แต่ถึงกระนั้น จากกรณีที่เกิดขึ้น ทางผู้จัดงานก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ในฐานะที่ดูแลวางแผนการจัดงานไม่ดีเท่าที่ควร จนเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น รวมถึง ในการจัดงานต่างๆก็ควรจะมีการคำนึงถึงสถานที่ที่จัดงานกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากจัดในสถานที่ที่เป็นทางการหน่อย ก็ควรจะเคารพสถานที่ คำนึงถึงความเรียบร้อย และควบคุมตัวงานกับผู้มาเที่ยวงานไม่ให้ส่งเสียงดังจนเกิดไป อีกทั้ง ในการโพสต์ท่าถ่ายรูปคอสเพลย์นั้น ก็ควรจะสำรวมตามสถานที่ที่จัดงาน อย่าคึกคะนองจนเกินเหตุ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องดราม่าคนการ์ตูนป่วนงานแล้ว ก็มีอีกประเด็นหนึ่งที่มีหลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันมาก นั่นคือ กิจกรรมการประมูลสิ่งของตามงานอีเว้นต์ต่างๆ ซึ่งก็มีหลายฝ่ายบอกว่า สิ่งของที่นำมาประมูลเนี่ย บางชิ้นมีคุณภาพที่ไม่สมน้ำสมเนื้อกับราคา หรือไม่ก็ สิ่งของประมูลบางอย่างมีความไม่เหมาะสมสำหรับผู้ร่วมงานบางกลุ่มอายุและสถานที่จัดงานด้วย ซึ่งหลายฝ่ายต่างมีการเรียกร้องให้มีการจำกัดอายุของคนที่เข้าร่วมประมูลของด้วย เพราะมองว่ากิจกรรมนี้เป็นการสร้างนิสัยฟุ่มเฟือยให้แก่เด็กๆ ผู้ที่ยังไม่สามารถหาเงินเองได้ ต้องขอเงินค่าขนมจากคุณพ่อคุณแม่มาใช้อยู่ แถมราคาประมูลสิ่งของแต่ละอย่างนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆเลย จากเรื่องข้างต้น ฟังออกจะเครียดๆหน่อย แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องน่ายินดีของคนวงการคอสเพลย์ เมื่อตัวแทนคอสเพลเยอร์ชาวไทย สามารถคว้าอันดับ 3 จากการประกวด World Cosplay Summit 2013 รอบสุดท้าย ที่ญี่ปุ่น ได้สำเร็จ.....
LC Superman เคลียร์ลงตัว พร้อมข่าวเด่นวงการ์ตูนต่างประเทศรอบปี 2013 เป็นคดีความที่ยืดเยื้อมาตั้งหลายปี กับกรณียื้อแย่งลิขสิทธิ์ตัวฮีโร่ซุปเปอร์แมน รวมถึงผลประโยชน์อันไม่ลงตัว ระหว่างครอบครัว Siegel ทายาทของ Jerry Siegel หนึ่งในสองผู้ให้กำเนิดฮีโร่ Superman กับ DC Comics และ Warner Brothers (เพราะ DC กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Warner Bros. ตั้งแต่ปี 2009 ) แม้ว่าในปี 2009 ศาลได้ตัดสินให้ทั้งฝ่าย Siegel กับ DC ( Warner Bros.) ต่างได้รับสิทธิ์ในตัวของ Superman ในแต่ละส่วน อย่างไรก็ตาม คดีนี้ได้มีการต่อสู้ในชั้นศาลเป็นลำดับๆ จนกระทั่งได้บทสรุปที่แท้จริงในปี 2013 นี้เอง นั่นคือ ฝ่าย Warner Bros. ได้รับสิทธิ์ขาด มีอำนาจในการเขียนและแต่งเรื่องราวของ Superman ทั้งหมด โดยที่ฝ่ายครอบครัว Siegel จะได้รับส่วนแบ่ง 50% จากคาแร็คเตอร์ Superman อีกด้วย โดย Warner Bros. กล่าวอีกว่า พวกเขาเตรียมให้เงินชดเชยแก่ครอบครัวนี้มานานแล้ว อันเนื่องมาจากสัญญาชุดเก่าให้ผลตอบแทนแก่ผู้สร้างต่ำเกินไปนั่นเอง จากการที่คดีนี้จบลง ก็มีผลทำให้หนัง Superman: Man of Steel เดินหน้าต่อไปได้อีกด้วย ส่วนข่าววงการ์ตูนจากต่างประเทศที่น่าสนใจประจำปี 2013 ก็มี - Wreck-It Ralph คว้า 5 สาขารางวัล บนเวที Annie Awards ครั้งที่ 40 - บังคลาเทศ ตัดสินใจแบน โดราเอมอน พากย์ ฮินดี เนื่องจากเกรงว่า คนบังคลาเทศจะหันไปพูดภาษาฮินดีของอินเดีย แทนภาษาเบงกาลีของพวกเขาหมด - โจ สิงห์สังเวียน , นินจาฮาโตริ ฉบับรีเมคแดนภารตะ เตรียมออกอากาศที่ญี่ปุ่น ด้วย - ญี่ปุ่นเปิดสถานีฟรีทีวีออกฉายการ์ตูนญี่ปุ่น + รายการเด็ก 24 ชม. ที่ไนจีเรีย รวมถึงทางไนจีเรีย มีความสนใจที่จะรีเมคเจ้าหนูอะตอมอีกด้วย - บ.เกาหลีใต้ เดินหน้าทำอนิเมซีรี่ย์ Gon ในซีซั่น 2 ต่อ ออกฉายปี 2015 - Henneko แม้จะเป็นอนิเมสัญชาติญี่ปุ่น แต่ก็ถูกบรรดาสต๊าฟชาวต่างชาติก่อเรื่องทำให้เกิดดราม่าลุกโชนตามมา จากการที่ตอนที่ 3 ของอนิเมเรื่องนี้ มีโปสเตอร์นักร้องวง INFINITE ของเกาหลีใต้ปรากฏอยู่ สร้างความไม่พอใจแก่บรรดาคออนิเมญี่ปุ่นชาตินิยมอย่างมาก และฉากปัญหาดังกล่าว จะถูกตัดออกจาก BD กับ DVD ของเรื่องนี้ที่จะออกวางขายในอนาคต ซึ่งสต๊าฟของอนิเมเรื่องนี้ส่วนหนึ่งนั้น เป็นชาวเกาหลีใต้นั่นเอง - Monster ผลงานการ์ตูนของ อ.นาโอกิ อุราซาว่า กำลังจะถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครซีรี่ย์อเมริกัน บนช่อง HBO โดยผกก. Guillermo del Toro - อินโดนีเซีย หยิบเอาซีรี่ย์การ์ตูน "นายซ่าท้าเด็กแนว" (Dragon Zakura) ไปดัดแปลงในฉบับของตนเอง - รัสเซียประกาศแบนอนิเมแนวเฮนไท รวมถึง กลุ่มองค์กรผู้ปกครองแห่งเขตสหพันธ์ Ural ในรัสเซีย ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียของ Vladimir Putin จัดการแบนการ์ตูนเดธโน้ต อีกต่างหาก จากการที่มีเด็กสาววัยรุ่นผู้หนึ่ง ได้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหลักฐาน พบว่า มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่ง พร้อมกับหนังสือการ์ตูนเดธโน้ตอีก 4 เล่ม - เกิดดราม่ากระทบกระทั่งเล็กน้อยระหว่าง Spike Lee ผกก.Old Boy ฉบับหนังคนแสดง (ดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นของ อ.การอน ทสึจิยะ กับ อ.โนบุอากิ มิเนงิชิ ) กับ Juan Luis Garcia หนุ่มกราฟิกดีไซเนอร์ เกี่ยวกับโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ที่ทาง Garcia หาว่า Lee ไปขโมยงานอาร์ตเวิร์คของเขา ซึ่ง Lee ออกมาโต้กลับว่าไม่ได้ขโมย แถมยังใช้คำพูดคำจาที่ออกแนวดูถูกคู่กรณีเอามากๆซะจน แฟนหนังต่างออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการโต้ตอบของ Lee และจากการที่ Lee ปากเสียแบบนี้ ก็ส่งผลให้ตัวหนังไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้เท่าที่ควร (ภาพโปสเตอร์หนังปัญหา ที่โพสต์โดย Garcia )
Milestone Breaker รวมซีรี่ย์การ์ตูนทุบสถิติตนเอง ประจำปี 2013
เป็นข่าวรวบรวมสถิติน่าสนใจของซีรี่ย์การ์ตูนและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถทำสถิติใหม่ของตนเองได้ ในรอบปี 2013 ซึ่งมีดังนี้ - ผ่าพิภพไททัน มียอดตีพิมพ์รวมกันถึง 28 ล้านเล่ม จากฉบับรวมเล่มทั้ง 12 เล่มที่ออกวางขายในญี่ปุ่น โดยเฉพาะกับเล่ม 12 ซึ่งเป็นเล่มล่าสุดนั้น กลายเป็นเล่มแรกของซีรี่ย์ที่มียอดตีพิมพ์ครั้งแรกเกิน 2 ล้านเล่มด้วยกัน - Blue Exorcist มียอดตีพิมพ์มากกว่า 10 ล้านเล่ม - นิยาย Toaru Majutsu no Index ขายได้รวมกันถึง 14 ล้านเล่ม - "ช้อนเงิน" Silver Spoon มียอดขายรวมเล่มมากกว่า 6.5 ล้านเล่ม และ ยอดตีพิมพ์ของเรื่องนี้ทะลุ 10 ล้านเล่มแล้ว!! - Doraemon: Nobita no Himitsu Dōgu Museum หนังจอเงินชุดล่าสุดของโดราเอมอน สามารถทำรายได้เปิดตัว มากกว่า 4 พันล้านเยน จากการออกฉาย 359 โรงหนังทั่วญี่ปุ่น และที่สำคัญ หนังชุดนี้สามารถทำสถิติใหม่ ด้วยการเป็นหนังจอเงินของโดราเอมอนที่ทำรายได้เปิดตัวได้สูงที่สุดมากกว่าหนังโดราเอมอนทุกภาค - โยทสึบะ หนูเด๋อจอมป่วน มียอดตีพิมพ์ทะลุ 10 ล้านเล่ม - เล่ม 1 ของ Kuroko no Basket กับ Assassination Classroom มียอดตีพิมพ์ทะลุ 1 ล้านเล่ม - Super Mario-Kun ทำสถิติเป็นซีรี่ย์การ์ตูนที่ยาวที่สุด ของนิตยสาร Corocoro - Detective Conan: Private Eye in the Distant Sea หนังอนิเมจอเงินชุดล่าสุด ชุดที่ 17 ของ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน กลายเป็นหนังจอเงินโคนันที่ทำรายได้สูงที่สุด ในบรรดาหนังอนิเมจอเงินของโคนันทุกภาค - Totoro ติดชาร์ต DVD ขายดี มากกว่า 600 สัปดาห์ - Watamote สาวมืดมนอลวนหารัก มียอดตีพิมพ์ถึง 1,500,000 เล่ม - Aku no Hana มียอดตีพิมพ์ทะลุ 2 ล้านเล่ม - Comic Market ครั้งที่ 84 ที่จัดขึ้นเมื่อ 10-12 ส.ค. 2013 ที่ผ่านมา มียอดผู้เข้าชมงานรวมกันทั้งสิ้น 590,000 คน ซึ่งถือเป็นสถิติยอดผู้เข้าชมงานสูงที่สุด นับตั้งแต่ งาน Comiket 76 ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงฤดูร้อนปี 2009 เป็นต้นมา - วัยซนคนมีพลังจิต มียอดตีพิมพ์ทะลุ 7 ล้านเล่ม - "จิฮายะ" มียอดขายทะลุ 10 ล้านเล่ม - ยามาดะคุง กับ แม่มดทั้ง 7 ทำยอดขายรวมเล่มทะลุเกิน 2 ล้านเล่ม - วันพีซ ทำยอดตีพิมพ์ทะลุ 300 ล้านเล่ม (ญี่ปุ่น) / 345 ล้านเล่ม (ทั่วโลก) โดยวันพีซ ขายได้ถึง 130 ล้านเล่ม ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา - D.Gray-man กับ REAL ทำยอดขายรวมเล่มได้ถึง 20 ล้าน กับ 14 ล้านเล่ม ตามลำดับ - โทริโกะ , One Punch - Man มียอดตีพิมพ์ทะลุ 18 ล้าน กับ 2 ล้าน ตามลำดับ - Soul Eater มียอดตีพิมพ์ทั่วโลกมากกว่า 16 ล้านเล่ม - Puella Magi Madoka Magica The Movie -Rebellion- หนังจอเงินชุดล่าสุดของสาวน้อยจอมเวทมาโดกะ กลายเป็นหนังของมาโดกะที่ทำรายได้และยอดขายตั๋วหนังดีที่สุดในบรรดาหนังมาโดกะทุกภาค ที่สำคัญ หนังเรื่องนี้ยังทำสถิติเป็นหนังจากอนิเมซีรี่ย์รอบดึกที่มียอดรายได้สูงที่สุดอีกด้วย
มาๆหายๆ ไปหลายปี ในที่สุด Evangelion ปิดตำนานจนได้ (?) + สรุปซีรี่ย์จบระเนระนาดปี 2013
ซีรี่ย์การ์ตูนเรื่องอื่นๆที่จบในปี 2013 ก็มีดังนี้
อาลัย ผู้สร้าง "อันปังแมน" , โค-ตรช็อค ผู้แต่ง "สาวน้อยต่อยหนัก" พร้อม list คนวงการการ์ตูนอนิเมผู้จากไปในปี 2013
อย่างไรก็ตาม หลังจากการจากไปของเขา ก็มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการที่ อ.ยานาเสะ เสียชีวิต เพราะหักโหมจากการทำงานออกแบบมาสค็อตให้กับคนองค์กรท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็มีข่าวว่า เขารับออกแบบงานฟรีไม่คิดค่าจ้างให้กับพวกเขา ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่คนที่คอยสนับสนุนผลงานของอ.ยานาเสะ ที่มองว่ากลุ่มองค์กรเหล่านั้นเห็นแก่ตัว ถึงกระนั้น ข่าวดังกล่าวไม่ได้มีการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ที่แน่ๆ Kona หนึ่งในการ์ตูนซีรี่ย์ Märchen Ehon กลายเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายในชีวิตเขาที่ได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ ในนสพ.Asahi Shogakusei ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันสำหรับเด็กประถมญี่ปุ่น ส่วนอีกข่าวการจากไปของคนวงการการ์ตูนญี่ปุ่นที่ถือว่าเป็นข่าวใหญ่เหมือนกัน แถมเป็นข่าวสุดช็อคของใครหลายๆคนซะด้วย เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า จุน ซาโดกาวะ นักเขียนการ์ตูนอารมณ์ดี แนวฮาโหด จากผลงานเรื่อง สาวน้อยต่อยหนัก,โจ๋สุดแสบกับสาวน้อยแอบโหด , Punisher จะตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการแขวนคอตาย โดยปมหลักๆในการปลิดชีพของเขานั้นไม่มีผู้ใดทราบ(แต่ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตายของเขาไปแล้ว) ที่แน่ๆ การจากไปของเขาได้สร้างความเสียใจ เสียดายแก่นักอ่านจำนวนมาก ที่นักเขียนการ์ตูนอย่างเขาไม่ควรจะจบชีวิตเร็วตั้งแต่วัยหนุ่มแบบนี้ เลยทำให้ผลงานการ์ตูนเรื่อง Amane Atatameru กลายเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายในชีวิตที่จบแบบค้างๆคาๆ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบ้านเรานั้น มีการยืนยันจาก VBK ว่า โจ๋สุดแสบกับสาวน้อยแอบโหด จะได้อ่านกันจนจบแน่นอน (เพราะเรื่องนี้เขียนจบไปนานแล้ว) ส่วนคนอื่นๆในวงการการ์ตูนอนิเมผู้จากไปในปี 2013 ที่ผ่านมา มีดังนี้ ซึ่งเราได้รวบรวมชื่อ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี ผลงานที่พวกเขาได้ฝากเอาไว้ยามที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ :
นี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวงการการ์ตูนตลอดปี 2013 ในปี ม้าผยองที่กำลังจะมาถึงนี้ วงการการ์ตูนจะก้าวไปในทิศทางไหนกัน ก็ต้องติดตามข่าวคราวกันต่อไปครับ ซึ่งเราก็ขอให้ทุกคนจงมีแต่ความสุข ความโชคดี จะทำอะไรขอให้ปลอดอุปสรรคทั้งปวง ตลอดปีพ.ศ. ๒๕๕๗ ขอให้รัก สามัคคี ประเทศชาติพ้นภัย กันนะครับ !!!!!!!!!!!............ (ยังมีต่อตอนที่ 3 เน้อ) |
||
สำนักข่าว KD News |